รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 และอุบัติเหตุบนท้องถนน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565 ระหว่างวันที่ 11 - 17 เมษายน 2565 โดยให้หน่วยงานที่ต้องให้บริการประชาชนถือปฏิบัติตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) อย่างเคร่งครัด เนื่องจากจะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565 จำนวนมาก ซึ่งจากสถิติในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2564 ที่ผ่านมา พบว่าคนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนจำนวน 277 คน และบาดเจ็บจำนวน 2,357 คน ซึ่งนับเป็นความสูญเสียต่อประเทศเป็นอย่างมาก
ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ กระทรวงคมนาคมได้กำหนดนโยบายอำนวยความสะดวก และความปลอดภัยในการบริการขนส่งสาธารณะและบนโครงข่ายคมนาคมอย่างบูรณาการ รวมถึงดูแลการเดินทางตามมาตรการด้านสาธารณสุขเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 โดยยึดหลัก “ลดอุบัติเหตุสงกรานต์ ปลอดโควิด-19 ปลอดอุบัติเหตุทางถนน สวมหน้ากากอนามัย มีสติไม่ประมาท” จึงได้มอบนโยบายและสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เตรียมความพร้อม กำกับดูแลการให้บริการ มาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงได้บริหารมิติด้านการจราจรตามมาตรการ “คนบ้านใกล้เดินทางออกจากกรุงเทพฯ ทีหลัง และเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ก่อน” โดยขอให้ประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า เพื่อกระจายการเดินทางและเหลื่อมเวลาการเดินทางในเส้นทางเข้า - ออกกรุงเทพฯ โดยขอความร่วมมือดังนี้ ขอให้กลุ่มเดินทางใกล้ (ในรัศมี 200 - 300 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ) ให้เดินทางออกทีหลัง - กลับไว โดยเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ในวันพฤหัสบดีที่ 14 เมษายน 2565 และกลับเข้ากรุงเทพฯ ในวันเสาร์ที่ 16 เมษายน 2565 สำหรับคนบ้านไกลขอให้เดินทางออกไว - กลับทีหลัง โดยเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ในช่วงวันอังคารถึงวันพุธที่ 12 - 13 เมษายน 2565 และกลับเข้ากรุงเทพฯ ในช่วงวันเสาร์ถึงวันอาทิตย์ที่ 16 - 17 เมษายน 2565 ซึ่งได้มีการประสานขอความร่วมมือผู้ประกอบการลดค่าธรรมเนียมการเดินทางของรถโดยสารประจำทางลง 20% ระหว่างวันที่ 11 - 17 เมษายน 2565 และลดค่าอัตราค่าเช่าเหมาของรถโดยสารไม่ประจำทางเหลือ 4,999 บาทต่อวัน ระหว่างวันที่ 6 - 12 เมษายน 2565
นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมได้เน้นย้ำให้ความสำคัญกับการให้บริการขนส่งสาธารณะ อย่างปลอดภัย โดยจะต้องกำกับดูแลทั้งในส่วนของตัวรถที่นำมาให้บริการให้มีสภาพที่มั่นคงแข็งแรงครบถ้วน มีความพร้อมต่อการให้บริการ รวมถึงในส่วนของพนักงานขับรถที่จะต้องมีความพร้อมในการปฏิบัติงาน มีสภาพร่างกายสมบูรณ์ มีการพักผ่อนเพียงพอ ปราศจากแอลกอฮอล์และสารเสพติด สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนและผู้โดยสารขอให้ตระหนักและให้ความสำคัญกับการตรวจสอบความพร้อมทั้งของรถและผู้ขับขี่ก่อนการเดินทาง และขับขี่มีอย่างมีน้ำใจ รักษากฎจราจรอย่างเคร่งครัด และใช้อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย เช่น เข็มขัดนิรภัย หรือหมวกนิรภัยตลอดการเดินทาง และที่สำคัญคือ เมาไม่ขับ โทรไม่ขับ และง่วงต้องพัก นอกจากนี้ ยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุข เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 อย่างเข้มงวดโดยเฉพาะผู้โดยสารที่เดินทางมายังสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 โดย บขส. ได้เตรียมเจลแอลกอฮอล์ล้างมือสำหรับบริการประชาชน
สำหรับกิจกรรมภายในงานมีการให้ความรู้กับประชาชนในเรื่องการป้องกันตนเองจากการ แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 แจกหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ สติกเกอร์ ของที่ระลึก แผ่นพับและคู่มือการเดินทางสงกรานต์อย่างไรให้ปลอดภัยและอันตรายจากการเมาแล้วขับ รวมไปถึงมีการจัดเสวนา “ฉลองสงกรานต์อย่างไรไม่ให้ตกเป็นเหยื่อจากอุบัติเหตุ” โดยมีเหยื่อเมาแล้วขับมาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เนื่องจากสถิติอุบัติเหตุเทศกาลสงกรานต์ 2564 พบว่าสาเหตุหลักมาจากการเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว ง่วงแล้วขับ ขับรถตัดหน้ากระชั้นชิด ไม่สวมหมวกกันน็อก และการฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร เป็นต้น
ทั้งนี้ ประชาชนผู้ใช้ทางสามารถติดตามการจราจร แจ้งเหตุ และติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริการสายด่วนของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ดังนี้ ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม 1356 กรมการขนส่งทางบก 1584 กรมทางหลวง 1586 กรมทางหลวงชนบท 1146 การทางพิเศษแห่งประเทศไทย 1543 และกรมเจ้าท่า 1199

