รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยในการเดินทางของประชาชนช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11 - 17 เมษายน 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่มีประชาชนจำนวนมากเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนา กระทรวงคมนาคมจึงได้กำหนดนโยบายอำนวยความสะดวกในการบริการขนส่งสาธารณะและโครงข่ายคมนาคมอย่างบูรณาการ โดยยึดหลัก “เดินทางสะดวก ปลอดภัย ห่างไกล COVID-19” และขอความร่วมมือเชิญชวนประชาชนร่วมสนับสนุนมาตรการ “คนบ้านใกล้เดินทางออกจากกรุงเทพฯ ทีหลัง และเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ก่อน” ภายใต้แผนการอำนวยความสะดวก และความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2565 ของกระทรวงฯ โดยขอให้ประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้าเพื่อกระจายการเดินทางและเหลื่อมเวลาการเดินทางในเส้นทางเข้า - ออกกรุงเทพฯ ดังนี้ ขอให้กลุ่มเดินทางใกล้ (ในรัศมี 200 - 300 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ) ให้เดินทางออกทีหลัง - กลับไว โดยเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ในวันพฤหัสบดีที่ 14 เมษายน 2565 และกลับเข้ากรุงเทพฯ ในวันเสาร์ที่ 16 เมษายน 2565 สำหรับคนบ้านไกลขอให้เดินทางออกไว - กลับทีหลัง โดยเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ในช่วงวันอังคารถึงวันพุธที่ 12 - 13 เมษายน 2565 และกลับเข้ากรุงเทพฯ ในช่วงวันเสาร์ถึง วันอาทิตย์ที่ 16 - 17 เมษายน 2565
ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เตรียมความพร้อม กำกับดูแลการบริหารจัดการจราจรบนเส้นทางถนนสายหลักและสายรองที่มีการจราจรหนาแน่นติดขัด โดยการคืนพื้นผิวจราจร/ช่องจราจรบริเวณโครงการก่อสร้าง ตั้งจุดกวดขันวินัยจราจร ประชาสัมพันธ์ให้ใช้เส้นทางเลี่ยงและแจ้งข้อมูลข่าวสารที่สำคัญในการเดินทางให้แก่ประชาชนทราบล่วงหน้า เพื่อให้ประชาชนเดินทางสะดวก ปลอดภัย และให้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 โดยถือปฏิบัติตามข้อกำหนดแห่ง พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และคำสั่ง ศบค. อย่างเคร่งครัด ดังนี้
1. ให้กรมทางหลวง (ทล.) บูรณาการร่วมกับตำรวจทางหลวงจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกประชาชนบริเวณจุดเชื่อมต่อ ทางโค้ง ช่วงขึ้นเนิน ถนนลาดชัน ที่มีการชะลอตัวของรถ และเปิดเลนพิเศษเพื่อระบายการจราจร ลดการสะสมของรถ และในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทล. จะยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ได้แก่ มอเตอร์เวย์หมายเลข 7 สายกรุงเทพฯ - ชลบุรี - พัทยา - มาบตาพุด และมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ถนนกาญจนาภิเษก ตอนบางปะอิน - บางพลี และพระประแดง - บางขุนเทียน ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 12 เมษายน 2565 ถึง เวลา 24.00 น. ของวันที่ 18 เมษายน 2565 และจะเปิดให้บริการวิ่งฟรีชั่วคราวเส้นทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 6 ช่วงปากช่อง - สีคิ้ว ระยะทาง 35.75 กิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 11 - 18 เมษายน 2565 เวลา 06.00 - 24.00 น. สำหรับขาออกระหว่างวันที่ 11 - 14 เมษายน 2565 และขาเข้าระหว่างวันที่ 15 - 18 เมษายน 2565
2. ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เข้มงวดเรื่องความปลอดภัยบริเวณทางลักผ่านและบริเวณจุดตัดระหว่างทางรถไฟกับถนน
3. โทรศัพท์สายด่วนเพื่อบริการข้อมูลข่าวสารและรับเรื่องร้องเรียน ต้องพร้อมให้บริการ และหากมีกรณีฉุกเฉินต้องมีเครื่องมืออุปกรณ์ให้พร้อมรองรับการเกิดเหตุ
4. ให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เน้นเรื่องการตรวจสอบความพร้อมความปลอดภัยของผู้ขับขี่และยานพาหนะในจุด Checking Point
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวเพิ่มเติมว่า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ และหน่วยงานในพื้นที่มีการบูรณาการทำงานร่วมกัน เตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565 ได้เป็นอย่างดี เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกปลอดภัยในการเดินทาง ป้องกัน ลดจำนวนอุบัติเหตุ ลดความสูญเสีย และจากการตรวจสภาพการจราจรทางอากาศบริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 31 (ถนนวิภาวดีรังสิต) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) จังหวัดสระบุรี และเนินคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา และอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี รวมถึงมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 จากด่านทับช้างไปจังหวัดสระบุรี และมอเตอร์เวย์หมายเลข 6 ช่วงปากช่อง - สีคิ้ว ในวันนี้พบว่า การจราจรเริ่มมีการชะลอตัวบางช่วง จึงได้สั่งการให้ ทล. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขสภาพการจราจรให้ประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยแล้ว นอกจากนี้ พบว่ามีการจราจรติดขัดบริเวณหน้าด่านมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 ส่วนหนึ่งเนื่องจากประชาชนยังไม่ใช้บริการ M-Flow จึงได้มอบ ทล. หาแนวทางจูงใจให้ประชาชนมาใช้บริการ M-Flow มากขึ้น
ในโอกาสนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้รับฟังบรรยายสรุปมาตรการเตรียมความพร้อม เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและมอบอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อไวรัส COVID-19 อาทิ เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ หน้ากากอนามัยแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ร่วมกันอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน

