รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา หารือผู้ประกอบการท่องเที่ยวสงขลา เร่งพัฒนาการท่องเที่ยวหลังผ่อนคลายมาตรการโควิดให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง

รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา หารือผู้ประกอบการท่องเที่ยวสงขลา เร่งพัฒนาการท่องเที่ยวหลังผ่อนคลายมาตรการโควิดให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2565  นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (รมว.กก.) เป็นประธานการประชุมหารือ พบปะ กับผู้ประกอบการธุรกิจ ท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา โดยมี ดร.นาที รัชกิจประการ ประธานคณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล), นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท., นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท., ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว และหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วม ณ โรงแรมบีพีแกรนด์ ทาวเวอร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์โควิด-19 ของโลกมีทิศทางที่ดีขึ้น ทําให้การท่องเที่ยวทั่วโลกเริ่มมีสัญญาณของการฟื้นตัว ซึ่งแม้ว่าจะค่อยเป็นค่อยไปอย่างช้า ๆ เนื่องจากบางประเทศ ยังมีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด–19 ประกอบกับเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน แต่ก็นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้พร้อมรับการท่องเที่ยวยุคหลังโควิดที่มีความท้าทายสูง สําหรับการท่องเที่ยวของประเทศไทย รัฐบาลได้พยายามผลักดันในการเปิดประเทศ อย่างเต็มที่เพื่อเร่งฟื้นคืนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ให้กลับมาเดินหน้าต่อไปได้ โดยได้ผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมานี้ ผู้ที่ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ไม่ต้องตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR เมื่อเดินทางมาถึงไทยแล้ว แต่ก็ยังคงมีการขอความร่วมมือให้ตรวจ ATK ระหว่างพํานักในประเทศไทย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดกรณีพบเชื้อ พร้อมทั้งปรับลดวงเงินประกันสําหรับผู้เดินทางเป็นไม่ต่ำกว่า 10,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งจะช่วยสรา้งความมั่นใจและอํานวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวมากขึ้น ทั้งนี้ เมื่อเปิดประเทศแล้ว จังหวัดสงขลา นับเป็นจังหวัดสําคัญแห่งหนึ่งที่จะสามารถ ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามายังประเทศไทยได้ เนื่องจากการเดินทางที่สะดวก ทั้งทางบกและทางอากาศทั้งยังมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว มีทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นทะเลลักษณะเฉพาะแห่งเดียววของไทยและยังถือเป็นจังหวัดที่เป็นศูนย์กลาง ทางการค้าและการลงทุนที่สําคัญของภาคใต้อีกด้วย ในด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวนั้น จังหวัดสงขลา อยู่ในเขตพัฒนาการท่องเที่ยว วิถีชีวิตลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ซึ่งจะมุ่งเน้นพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มคุณค่า และมูลค่า จากความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ การเกษตร และระบบนิเวศ รวมถึงอัตลักษณ์ของพื้นที่ ในขณะเดียวกันเพื่อส่งเสริมคุณค่า ทางสังคม วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ จังหวัดสงขลาอยู่ในเขตพัฒนาการท่องเที่ยว พหุวัฒนธรรมชายแดนใต้ ซึ่งจะเป็นการต่อยอดต้นทุนทางวัฒนธรรมในพื้นที่ให้สามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจและเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป นอกจากนี้ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงความเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ผ่านการ พัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมีการขับเคลื่อนและยกระดับพื้นที่เข้าสู่การยอมรับ ในระดับสากล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) ได้มีการกําหนดและประกาศ พื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาเป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนแล้ว โดยจะเสนอคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบการประกาศพื้นที่พิเศษในลําดับต่อไป ยิ่งไปกว่านั้นในด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวในภาพรวม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ได้มีการพัฒนาแนวทางการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศ ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพื่อนําไปเป็นเงินอุดหนุนหรือเงินให้กู้ยืมแก่หน่วยงานของรัฐ เพื่อนําไปใช้พัฒนาการท่องเที่ยว เป็นค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือ หรือสนับสนุนการท่องเที่ยว รวมทั้งเพื่อสนับสนุน การศึกษาการฝึกอบรมการประชาสัมพันธ์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอ คณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบและบังคับใช้ต่อไป และเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ให้ทุกภาคส่วนร่วมกันพลิกโฉม ประเทศไทย เพื่อก้าวเข้าสู่วิถีใหม่ในทุกมิติ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังได้กําหนดทิศทางของการพัฒนาการท่องเที่ยวในระยะต่อไปนี้ ให้เป็น “อุตสาหกรรม ที่เน้นคุณค่ามีความสามารถในการปรับตัวเติบโตอย่างยั่งยืน และมีส่วนร่วม ” ตามแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) โดยให้ความสําคัญกับการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้มีความเข้มแข็ง สร้างสรรค์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ที่ยังคงอยู่บนฐานอัตลักษณ์ของไทย และต่อยอดการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ในการเปลี่ยนแปลง และพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้สอดรับกับสถานการณ์ที่มีความผันผวนไม่แน่นอน และบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ดี นโยบาย มาตรการและแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวต่าง ๆ ล้วนเป็นเสมือนประตูที่จะเปิดโอกาสให้ธุรกิจในภาคการท่องเที่ยวได้มีการฟื้นตัวแต่ปัจจัยสําคัญที่จะเร่งให้ประเทศไทยมีความพร้อม และกลับมาเป็นกลไกหลักที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอีกครั้งหนึ่งได้นั้น คือ ความร่วมมือของผู้ประกอบการ ทั้งในธุรกิจด้านการท่องเที่ยว และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในการพัฒนาสินค้าและบริการให้มีคุณภาพ นํานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาปรับใช้ ในการให้บริการ ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการและสร้างความพึงพอใจให้กับนักท่องเที่ยวในยุคนี้ “ผมเชื่อมั่นว่า หากทุกภาคส่วนร่วมแรง ร่วมใจ ร่วมกันเดินไปข้างหน้า เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวไปในทิศทางเดียวกันนี้ ประเทศไทย จะต้องกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง ทั้งในฐานะของการเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก การเป็นศูนย์กลางของการทําการค้าและธุรกิจด้านการท่องเที่ยว และการเป็นประเทศที่สามารถอยู่ร่วมกับโควิด–19 ที่ยังไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ด้วยการบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนต่อไป” รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวทิ้งท้าย