ล่าสุด คณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ ได้พิจารณาบรรจุน้ำมันสารสกัดกัญชาทางการแพทย์ของ อภ.เป็นรายการยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร พ.ศ.2564 และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2564 จำนวน 3 รายการ แล้ว ได้แก่ ยาน้ำมันสารสกัดกัญชาที่มี THC สูง, ยาน้ำมันสารสกัดกัญชาที่มี CBD สูง และยาน้ำมันสารสกัดกัญชาที่มี CBD และ THC สัดส่วนเท่ากัน เป็นกลไกหนึ่งในการส่งเสริมการใช้ยาจากสมุนไพรให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดยเป็นยาสำหรับใช้ในโรงพยาบาล และสถานบริการสาธารณสุข มีสรรพคุณและข้อบ่งใช้ตามข้อกำหนดทางการแพทย์
"รัฐ เป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านยา ทำให้ประชาชนเข้าถึงมากขึ้น และลดค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ ขอให้ไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย และสั่งจ่ายยา ซึ่งแพทย์จะผ่านการอบรมเลือกใช้ยาที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย โดยเฉพาะยาที่ได้รับอนุญาตจาก อย.และบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักฯ ทดแทนการนำเข้ายาที่มีฤทธิ์รักษาคล้ายกัน ลดค่าใช้จ่ายด้านยาของประเทศ”
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า วันที่ 9 มิถุนายน นี้ กัญชาก็จะถูกปลดออกจากยาเสพติดเต็มรูปแบบ เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และการใช้ที่ถูกต้อง ถูกวิธี โดยจะมีกฎหมายพระราชบัญญัติกัญชาขึ้นมา ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาจากทางสภา เพื่อควบคุมการใช้ต่อไป แต่ในช่วงที่กฎหมายยังไม่บังคับใช้ อยากฝากถึงประชาชนทำความเข้าใจถึงคุณประโยชน์ของกัญชาที่เหมาะสม เน้นย้ำอย่านำไปใช้ในการที่จะให้เกิดโทษ ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีทางผู้ประกอบการจำนวนมากได้ขอขึ้นทะเบียนการปลูกกัญชาและการผลิตกัญชาในรูปแบบต่างๆ จากทางสำนักงานคณะกรรมการอาหาร และยาเป็นจำนวนมาก หวังว่าจะเป็นการขับเคลื่อนในเรื่องของสุขภาพ และเศรษฐกิจไปพร้อมกัน
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับรายการยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ เป็นยาสำหรับใช้ใน รพ.และสถานบริการสาธารณสุข มีสรรพคุณ และข้อบ่งใช้ตามข้อกำหนดทางการแพทย์ โดยน้ำมันกัญชาของ องค์การเภสัชกรรม 3 รายการเป็นรูปแบบยาหยดใต้ลิ้น ซึ่งสูตร THC สูง รักษาเสริมภาวะคลื่นไส้ อาเจียนจากเคมีบำบัด ผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะท้ายที่มีอาการนอนไม่หลับ เบื่ออาหาร หรือปวดระดับปานกลางจนถึงรุนแรง, สูตร CBD สูง และสูตร CBD : THC เท่ากัน รักษาเสริมในผู้ป่วยมะเร็งระยะท้ายที่นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร ปวดปานกลางถึงรุนแรง

