ประเทศไทยได้รับคำชื่นชมและเชื่อมั่นในการบริหารจัดการสถานการณ์โรคระบาดโควิดจากองค์การอนามัยโลกและได้มีการส่งทีมงานสำรวจมาทำการศึกษาระบบการจัดการและการควบคุมโรคของไทยซึ่งผลสรุปของคณะทำงานที่ออกมาเรียบร้อยแล้วจะถูกนำไปวางเป็นแนวทางและมาตรฐานร่วมในการออกข้อปฏิบัติสำหรับการบริหารจัดการโรคระบาดของ WHO สำหรับประเทศสมาชิกทั่วโลกต่อไป โดยเฉพาะในประเด็นการควบคุมป้องกันโรค การตอบสนองต่อโรคระบาด การฉีดวัคซีน การรักษาพยาบาลผู้ติดเชื้อ และ ระบบ อสม. ที่เข้มแข็ง
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการจัดตั้งศูนย์กลางทางชีวภาพ WHO BIOHUB ร่วมกัน เพื่อรวบรวมเชื้อโรคต่างๆที่มีอยู่แล้วนำมาวิเคราะห์ ศึกษา วิจัย เพื่อพัฒนาให้เป็นยาและวัคซีนต่อไป โดยประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่ได้ลงนามในความร่วมมือนี้เพราะมีความพร้อมมากที่สุด”
ขณะที่ทวิตเตอร์ ของ ดร.เท็ดรอส ปรากฏภาพ และข้อความแปลเป็นไทยว่า จากบทเรียนโควิด -19 ประเทศไทย ได้ลงนามความร่วมมือแบ่งปันความรู้ด้านชีวภาพ BioHub ความร่วมมือนี้ จะช่วยให้เรา เข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อโรคต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว และทำการวิจัยเพื่อพัฒนาเครื่องมือ ในการรับมือวิกฤตด้านสาธารณสุข
และ ขอบคุณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ของไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล สำหรับความพยายามอย่างเข้มแข็ง ในการควบคุมโควิด-19 จน บรรลุเป้าหมายการฉีดวัคซีน 70% และมุ่งมั่นให้เกิดความเท่าเทียมด้านวัคซีน และยินดีกับความร่วมมือในการถ่ายทอดข้อมูลเรื่องระบบหลักประกันสุขภาพ