จากนั้น ผู้สื่อข่าวถามความเห็นเรื่องพรรคเพื่อไทย เตรียมลงพื้นที่ทำกิจกรรมที่จังหวัดสุรินทร์ ว่า อาจกระทบเป้าหมายทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้เหลือเวลาอีก 9- 10 เดือน ซึ่งเป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะลงพื้นที่ทางการเมือง ที่ต้องเริ่มรณรงค์เตรียมการเลือกตั้ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และความนิยมให้กับประชาชน เป็นเรื่องปกติ ที่จะต้องลงไปโน้มน้าวให้ประชาชนมาเลือก และไม่มีพื้นที่ของใคร ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชน ใครมีโอกาสก็สามารถลงไปในพื้นที่เพื่อชี้แจงสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้เลือกเขาเข้ามาเป็นผู้แทนฯ เมื่อถามเรื่องกระแสคนรุ่นใหม่ ที่กำลังจะมีอิทธิพลต่อการเลือกตั้ง นายอนุทิน ตอบว่า เรื่องดังกล่าวเป็นองคาพยพของแต่ละพรรคการเมือง ซึ่งพรรคการเมืองแต่ละพรรคต้องไม่หยุดสร้างนโยบายให้ประชาชนเห็นว่าจับต้องได้ พูดแล้วทำ
ต่อมา มีการถามความพร้อมของการคลายล็อก และสถานบันเทิงจะเปิดได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้ เป็นต้นไป นายอนุทิน กล่าวว่า ก็กำชับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องไปแล้ว ว่าต้องไปดูว่าทางร้าน ทางสถานบันเทิง ให้เตรียมการให้ถูกต้อง ทุกฝ่ายรับทราบแล้ว เรื่องนี้ เมื่อเรียบร้อย ก็ยังต้องไปดูเรื่องไทยแลนด์พาส สำหรับคนไทย ไม่เข้าเงื่อนไขแล้ว และคิดว่าถ้าสถานการณ์ควบคุมได้ปกติ ก็ต้องยกเลิกไทยแลนด์พาสทั้งหมด เพื่อให้ต่างชาติเข้ามามากขึ้น เศรษฐกิจก็จะดีขึ้น และคนไทยก็ต้องเร่งบูทวัคซีน สำหรับเรื่องหน้ากากอนามัย ถ้าไม่จำเป็นก็ยังไม่ต้องถอด ต่อให้ไม่มีโควิด หน้ากากอนามัย ก็ยังสามารถป้องกันโรคอื่นๆได้ดี ดังนั้น การถอดหรือใส่แมสก์เราก็ประเมินเอาได้
30 พฤษภาคม 2565 เวลา 12:34
"อนุทิน" ย้ำ “ภูมิใจไทย” หนุนรัฐบาล พร้อมตอบปม “เพื่อไทย” เตรียมลง “สุรินทร์” ชี้ เป็นธรรมชาติการเมือง ใกล้เลือกตั้ง ต้องหาเสียง
วันที่ 30 พฤษภาคม 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงประเด็นเรื่อง การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย. ท่ามกลางกระแสข่าวว่าจะถูกฝ่ายค้านโหวตล้ม ว่า
ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยสนับสนุนรัฐบาลอยู่แล้ว ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ถามย้ำเรื่องที่ฝ่ายค้านจะโหวตคว่ำ กฎหมาย นายอนุทิน ตอบว่า ขอให้เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย ทั้งนี้ การจัดเตรียมการเรื่องงบประมาณไม่ใช่รัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรี (ครม.)ทำ แต่ทุกอย่างเริ่มจากความต้องการของประชาชน และผ่านการกลั่นกรองนำเสนอจากข้าราชการประจำ ครม.มีหน้าที่พิจารณาและส่งต่อไปยังสภาผู้แทนราษฎร
“หากฝ่ายค้านเห็นว่ารัฐมนตรี ปฎิบัติหน้าที่ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่เหมาะสม และมีการทุจริต ก็ควรจะอภิปรายตรงๆ ที่รัฐมนตรีท่านนั้นไปเลย ส่วนเรื่องเรื่องกฎหมายงบประมาณนั้น มันเกี่ยวข้องกับประชาชน มันต้องเร่งนำงบมาใช้เพื่อพัฒนาบ้านเมือง หากมีปัญหา ก็จะมีผลกระทบตามมา สำหรับกระทรวงสาธารณสุข เราพิจารณาอย่างละเอียดแล้ว และยังเหลืออีกหลายขั้นตอน ที่สำคัญเราได้เสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ไปหมดแล้ว”
จากนั้น ผู้สื่อข่าวถามความเห็นเรื่องพรรคเพื่อไทย เตรียมลงพื้นที่ทำกิจกรรมที่จังหวัดสุรินทร์ ว่า อาจกระทบเป้าหมายทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้เหลือเวลาอีก 9- 10 เดือน ซึ่งเป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะลงพื้นที่ทางการเมือง ที่ต้องเริ่มรณรงค์เตรียมการเลือกตั้ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และความนิยมให้กับประชาชน เป็นเรื่องปกติ ที่จะต้องลงไปโน้มน้าวให้ประชาชนมาเลือก และไม่มีพื้นที่ของใคร ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชน ใครมีโอกาสก็สามารถลงไปในพื้นที่เพื่อชี้แจงสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้เลือกเขาเข้ามาเป็นผู้แทนฯ เมื่อถามเรื่องกระแสคนรุ่นใหม่ ที่กำลังจะมีอิทธิพลต่อการเลือกตั้ง นายอนุทิน ตอบว่า เรื่องดังกล่าวเป็นองคาพยพของแต่ละพรรคการเมือง ซึ่งพรรคการเมืองแต่ละพรรคต้องไม่หยุดสร้างนโยบายให้ประชาชนเห็นว่าจับต้องได้ พูดแล้วทำ
ต่อมา มีการถามความพร้อมของการคลายล็อก และสถานบันเทิงจะเปิดได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้ เป็นต้นไป นายอนุทิน กล่าวว่า ก็กำชับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องไปแล้ว ว่าต้องไปดูว่าทางร้าน ทางสถานบันเทิง ให้เตรียมการให้ถูกต้อง ทุกฝ่ายรับทราบแล้ว เรื่องนี้ เมื่อเรียบร้อย ก็ยังต้องไปดูเรื่องไทยแลนด์พาส สำหรับคนไทย ไม่เข้าเงื่อนไขแล้ว และคิดว่าถ้าสถานการณ์ควบคุมได้ปกติ ก็ต้องยกเลิกไทยแลนด์พาสทั้งหมด เพื่อให้ต่างชาติเข้ามามากขึ้น เศรษฐกิจก็จะดีขึ้น และคนไทยก็ต้องเร่งบูทวัคซีน สำหรับเรื่องหน้ากากอนามัย ถ้าไม่จำเป็นก็ยังไม่ต้องถอด ต่อให้ไม่มีโควิด หน้ากากอนามัย ก็ยังสามารถป้องกันโรคอื่นๆได้ดี ดังนั้น การถอดหรือใส่แมสก์เราก็ประเมินเอาได้
จากนั้น ผู้สื่อข่าวถามความเห็นเรื่องพรรคเพื่อไทย เตรียมลงพื้นที่ทำกิจกรรมที่จังหวัดสุรินทร์ ว่า อาจกระทบเป้าหมายทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้เหลือเวลาอีก 9- 10 เดือน ซึ่งเป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะลงพื้นที่ทางการเมือง ที่ต้องเริ่มรณรงค์เตรียมการเลือกตั้ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และความนิยมให้กับประชาชน เป็นเรื่องปกติ ที่จะต้องลงไปโน้มน้าวให้ประชาชนมาเลือก และไม่มีพื้นที่ของใคร ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชน ใครมีโอกาสก็สามารถลงไปในพื้นที่เพื่อชี้แจงสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้เลือกเขาเข้ามาเป็นผู้แทนฯ เมื่อถามเรื่องกระแสคนรุ่นใหม่ ที่กำลังจะมีอิทธิพลต่อการเลือกตั้ง นายอนุทิน ตอบว่า เรื่องดังกล่าวเป็นองคาพยพของแต่ละพรรคการเมือง ซึ่งพรรคการเมืองแต่ละพรรคต้องไม่หยุดสร้างนโยบายให้ประชาชนเห็นว่าจับต้องได้ พูดแล้วทำ
ต่อมา มีการถามความพร้อมของการคลายล็อก และสถานบันเทิงจะเปิดได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้ เป็นต้นไป นายอนุทิน กล่าวว่า ก็กำชับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องไปแล้ว ว่าต้องไปดูว่าทางร้าน ทางสถานบันเทิง ให้เตรียมการให้ถูกต้อง ทุกฝ่ายรับทราบแล้ว เรื่องนี้ เมื่อเรียบร้อย ก็ยังต้องไปดูเรื่องไทยแลนด์พาส สำหรับคนไทย ไม่เข้าเงื่อนไขแล้ว และคิดว่าถ้าสถานการณ์ควบคุมได้ปกติ ก็ต้องยกเลิกไทยแลนด์พาสทั้งหมด เพื่อให้ต่างชาติเข้ามามากขึ้น เศรษฐกิจก็จะดีขึ้น และคนไทยก็ต้องเร่งบูทวัคซีน สำหรับเรื่องหน้ากากอนามัย ถ้าไม่จำเป็นก็ยังไม่ต้องถอด ต่อให้ไม่มีโควิด หน้ากากอนามัย ก็ยังสามารถป้องกันโรคอื่นๆได้ดี ดังนั้น การถอดหรือใส่แมสก์เราก็ประเมินเอาได้