ผู้ประกอบการไทยตื่นตัวมาก ทุกคนก็พยายามทำความเข้าใจกฎหมาย ขอให้พวกท่าน ได้พัฒนาต่อยอดในการนำกัญชา กัญชง ไปทำผลิตภัณฑ์ พวกท่าน เป็นส่วนสำคัญในการทำให้กัญชากลายเป็นพืชเศรษฐกิจ ให้พวกท่านสร้างกำลังซื้อ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับเกษตรกรต่อไป ส่วนที่ขอให้เลื่อนการบังคับใช้กฎหมาย ขอย้ำว่า เราต้องเดินหน้าต่อครับ มีคนไทยจำนวนมากที่มีความหวัง ที่ลงทุน ลงแรงไปแล้ว มีหลายคนต้องการใช้กัญชาเพื่อรักษาตัวเอง เป็นพืชสมุนไพรในครัวเรือน เรามองเห็นประโยชน์ของนโยบายมากกว่ามองเห็นโทษที่สามารถควบคุมได้
“เราได้อนุญาตให้กับผู้ประกอบการไปเป็นจำนวนหลายพันรายแล้ว จะเห็นว่า แม้ยังไม่ถึงวันที่ 9 มิถุนายน แต่ผู้ที่ใช้กัญชา เป็นวัตถุดิบ สามารถนำไปผลิตสินค้าต่างๆ สามารถสร้างสินค้าออกมาได้อย่างมาก ตั้งแต่เป็นอาหาร เป็นเครื่องดื่ม เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เป็นเครื่องสำอาง ยาสมุนไพร มีการจ้างงาน ส่งผลให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบมหาศาล คนไทยมีรายได้เพิ่มขึ้นในทุกระดับ ขอร้อง อย่านำกัญชาไปใช้ในทางที่ผิด ขอให้เห็นใจคนที่ใช้กัญชาอย่างถูกต้อง เพื่อสุขภาพ เพื่อแก้ปัญหา ปากท้อง เราต้องช่วยกัน ไม่ให้กัญชา ถูกมองว่าเป็นยาเสพติด”
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า การผลักดันนโยบายกัญชานี้ เป็นเรื่องของการทำในสิ่งที่พูด เราไม่มีพรรคพวกหรือมีคนใกล้ชิดทำเรื่องกัญชา เอาจริง คือ ทางใครทางมัน ถ้าไม่ได้ให้สัญญาในเรื่องนี้ ไว้ตั้งแต่ตอนหาเสียง ก็คงไม่ได้มาทำ เรื่องนี้แน่นอน ส่วนที่มีความกังวล เรื่องจะมีการใช้กัญชา แล้วเกิดผลข้างเคียงต่อสังคม ขอย้ำว่า ตรงนั้น เรากำลังออกกฎกรอบมาควบคุม โดยใช้อำนาจของกระทรวงสาธารณสุข ย้ำว่า เราตัดสินใจเดินหน้า โดยมองครอบคลุมทุกมิติแล้ว

