19 กรกฎาคม 2565 เวลา 17:18
“อนุทิน” ชี้แจงสภา ปมกัญชาเสรีเพื่อการแพทย์ ย้ำนโยบายไม่ขัดกฎหมายยูเอ็น
19 กรกฎาคม 2565 ที่รัฐสภาเกียกกาย กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวชี้แจงระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในประเด็นความกังวลเรื่องนโยบายกัญชาเสรีเพื่อการแพทย์ ระบุว่า "นโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์นั้น ได้เดินหน้ามาอย่างรอบคอบ นโยบายกัญชาของรัฐบาล ไม่ขัดหรือแย้งกับอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งอนุญาตให้นำกัญชา มาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ที่สำคัญ ในฐานะที่ประเทศไทย มีประวัติศาสตร์การใช้กัญชารักษาโรคมายาวนาน จึงต้องมั่นใจในภูมิปัญญาของเรา กัญชาอยู่ในตำรับยา ตำรับยาหลวง และวิถีชีวิตของคนไทยมาช้านาน ก่อนจะถูกตีตราเป็นยาเสพติดครับ"
กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการศึกษาวิจัยการใช้กัญชาทางการแพทย์ มาตั้งแต่ปี 2561 และ กรมการแพทย์ ได้จัดอบรมการใช้กัญชาทางการแพทย์ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 ก่อนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นโยบายนี้ เป็นประโยชน์ต่อการรักษาโรคของประชาชน และ ลดการนำเข้ายาเคมีจากต่างประเทศได้

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า มีความกังวลกันมาเรื่องควบคุมการใช้กัญชา ขอไล่เรียงกฎหมายที่เกี่ยวข้องซึ่งออกโดยกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบรายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้ครับ
1. ด้านการควบคุมการเข้าถึงของเยาวชนและกลุ่มเปราะบาง : ได้มีการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2565 โดยกํากับให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี ไม่สามารถครอบครองกัญชา รวมถึงห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์ หรือให้นมบุตร
2. ด้านการควบคุมการใช้ผิดวัตถุประสงค์ก่อให้เกิดกลิ่น และควันกัญชา : ได้มีการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กําหนดให้การกระทําให้เกิด กลิ่น หรือควันกัญชา กัญชง หรือพืชอื่นใด เป็นเหตุรําคาญ พ.ศ. 2565 และคณะกรรมการสาธารณสุข ได้ออกคําแนะนําของคณะกรรมการสาธารณสุข เรื่อง แนวทางการควบคุมเหตุรําคาญจากการกระทําให้เกิดกลิ่น หรือ ควันกัญชา กัญชง หรือพืชอื่นใด พ.ศ. 2565
3. ด้านการควบคุมการใช้ในอาหารปรุงสําเร็จ : ได้มีการออกประกาศกรมอนามัย เรื่อง การนําใบกัญชามาใช้ ในการทํา ประกอบ หรือปรุงอาหาร ในสถานประกอบกิจการอาหาร พ.ศ. 2565 และประกาศกรม อนามัย เรื่อง การนําใบกัญชามาใช้ในการทํา ประกอบ หรือปรุงอาหาร ในสถานประกอบกิจการ อาหาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2565

ซึ่งเป็นการกำกับให้ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องจัดเก็บใบกัญชาอย่างถูกสุขลักษณะ ดำเนินการตามประกาศในการจำกัดสัดส่วนการใช้ใบกัญชาประกอบอาหาร และต้องติดประกาศแจ้งให้ลูกค้าทราบว่ามีการใช้ใบกัญชาในการประกอบอาหาร รวมถึงแจกแจงรายละเอียดพร้อมคำแนะนำ และคำเตือนตามประกาศด้วย
นอกจากนี้ ยังมีประกาศกระทรวงสาธารณสุขเมื่อปีที่แล้ว เรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ซึ่งมีรายละเอียดระบุให้ “ช่อดอก” กัญชาและกัญชง เป็นสิ่งที่ไม่ปลอดภัยต่อการบริโภค และห้ามใช้ส่วนของพืชดังกล่าวในอาหารอีกด้วย กฎหมายเหล่านี้มีโทษทางอาญา ตั้งแต่ปรับ ถึงจำคุก

สำหรับส่วนของการผลิตในเชิงอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็น อาหาร ยา หรือเครื่องสำอางนั้น มีกฎหมาย และมาตรการควบคุมผลิตภัณฑ์อย่างครบถ้วนตามปกติมาตรฐานอุตสาหกรรม และจะต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ภายใต้กำกับขององค์การอาหารและยา อยู่แล้วครับ ขอเชิญชวนให้เข้าไปในเว็บไซต์หรือแอปลิเคชัน “ปลูกกัญ” ซึ่งนอกจากจะเป็นแพลตฟอร์มสำหรับ “การจดแจ้งการปลูกกัญชา” แล้ว ก็ยังมีข้อมูล คำแนะนำ รายละเอียดข้อกฎหมายต่างๆ ทั้งสำหรับประชาชน และผู้ประกอบการ ปัจจุบันมีประชาชนเข้าไปรับข้อมูลกันแล้วกว่า 40 ล้านครั้ง
“ประโยชน์ที่ได้กล่าวถึงมาทั้งหมด เป็นสิ่งที่รอไม่ได้อีกแล้ว คนป่วยรอรักษาตัว ผู้ประกอบการเตรียมเดินหน้า สร้างงาน สร้างรายได้ เศรษฐกิจประเทศรอฟื้นตัว
การมีนโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์ไม่ได้ทำให้คนที่อยากใช้ในทางที่ผิดมีมากขึ้น แต่เปิดโอกาสให้คนที่อยากใช้ประโยชน์ เข้าถึงได้มากขึ้น อย่างมีการควบคุมเยาวชน และกลุ่มเสี่ยงตามกฎหมาย ทำให้พวกค้าขายใต้ดินหากินยากขึ้น”