นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งการดำเนินนโยบายเพื่อลดความสูญเสียจากการเกิดอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคมขนส่ง จะช่วยส่งเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุน สวัสดิภาพที่ดีของพี่น้องประชาชน อันเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างโอกาสในการแข่งขันของประเทศ กระทรวงคมนาคม มีภารกิจในการดูแลระบบขนส่งและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมให้ครอบคลุมทุกมิติการเดินทาง ตามแผนงานยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่ผ่านมารัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับความตกลง ในภูมิภาคและได้ลงสัตยาบันในพิธีสารฉบับที่ 9 สินค้าอันตรายภายใต้กรอบความตกลงการขนส่งสินค้าผ่านแดนของอาเซียนในปี 2559 และได้มีการพัฒนา การควบคุม กำกับดูแล การขนส่งวัตถุอันตรายทางถนนให้เป็นไป ตามมาตรฐานสากล ตามแนวทางและข้อกำหนด ADR มาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน และนอกเหนือจากนั้นกระทรวงคมนาคมได้เน้นย้ำถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยกำกับดูแลการขนส่งวัตถุอันตรายทางถนนให้มีความปลอดภัย ทั้งการใช้เทคโนโลยี GPS ในการกำกับ ดูแล ความเร็วและชั่วโมงการทำงานของผู้ขับรถขนส่งวัตถุอันตราย และในอนาคตได้มอบนโยบายให้มีการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพิ่มเติมในการส่งเสริม ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ทั้งการนำเทคโนโลยีการระบุตัวตนด้วยคลื่นความถี่ (RFID) เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (A.I.) รวมไปถึงการพัฒนาระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ (ITS)
การขนส่งวัตถุอันตรายทางถนนถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมโลจิสติกส์ที่เพิ่มมูลค่าการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ เนื่องจากเป็นกลุ่มสินค้าที่มีความสำคัญในการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย และเป็นสินค้าที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในการบริหารการขนส่ง การบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินที่ดี ซึ่งการขนส่งสินค้ากลุ่มนี้มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับเป็นปัจจัยที่แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวที่ดี ของภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย การเป็นประเทศชั้นนำด้านการบริหารจัดการขนส่งสินค้าอันตราย ของอาเซียน จึงเป็นเป้าหมายที่สำคัญของรัฐบาลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและขยายโอกาส ทางการค้า และการลงทุนของประเทศไทยในเวทีโลก ดังนั้นการจัดโครงการนี้จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อพนักงานขับรถ ผู้ประกอบการขนส่ง และผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดการกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งวัตถุอันตรายทางถนน เพื่อให้ทราบถึงขั้นตอนปฏิบัติที่ถูกต้อง เป็นไปตามมาตรฐานสากล อันจะช่วยลดความสูญเสียและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งเป็นการสร้างองค์ความรู้ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

