นายศุภชัย กล่าวต่ออีกว่า จากกรณีเมื่อวานนี้ (14 ก.ย. 65) ถามว่าจะให้ไปทบทวนเรื่องอะไร เพราะหากนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้อ่านเนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.ก็จะเข้าใจ แต่นี่ยังไม่ได้อ่าน 95 มาตราเลย ถ้าได้อ่านแล้วก็จะเห็นว่าเป็นกฎหมายที่มีความสมบูรณ์ ปกป้องสังคม ปกป้องเยาวชน และส่งเสริมให้ใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ แต่กลับอ้างว่ามีความหละหลวม เป็นการกล่าวหาเลื่อนลอย ไม่ได้เอาความจริงมาพูด และบิดเบือน อย่าทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชนต้องเสียไป ทั้งที่ขอให้พิจารณาก่อนสักหนึ่งมาตรา แล้วค่อยถอนกลับไปพิจารณาใหม่ ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยมีมาแล้ว ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาล และร่าง พ.ร.บ.ตำรวจ แต่เมื่อที่ประชุมให้ถอนเรื่องออกไปก็ต้องยอมรับมติ อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นว่ามีข้อกังวลอะไรที่มีอยู่ในร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ถ้าหากว่าอ่านทุกมาตราแล้วพบข้อบกพร่อง ก็จะมีการพิจารณาเป็นรายมาตรา ดังนั้นจากนี้ไปสมาชิกที่เห็นว่าร่างนี้ไม่สมบูรณ์ ขอให้นำข้อห่วงใย หรือเรื่องที่จะต้องปรับปรุงเสนอส่งมาที่คณะกรรมาธิการฯ และกมธ. พร้อมที่จะรับนำไปเพื่อพิจารณาต่อไป และจะได้เสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาในสมัยประชุมหน้า
นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ยืนยันว่าไม่ได้ดื้อ เพราะเห็นว่าร่างที่ทำมานั้นสมบูรณ์แล้ว และถ้าถอนออกแปลว่าร่างนี้ต้องไปต่อคิวเข้ามาใหม่ จึงเห็นว่าเจตนาที่ให้ถอนร่างฯ เพราะไม่อยากให้กฎหมายนี้แล้วเสร็จ ทั้งนี้ร่างนี้ไม่ใช่ร่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แต่เป็นคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคการเมืองทุกพรรค จากทุกภาคส่วนที่ได้แต่งตั้งไป 25 คน ใน กมธ.ชุดนี้ มีผู้แทนจากพรรคเพื่อไทยมากที่สุด ส่วนพรรคประชาธิปัตย์มี 2 คน พรรคภูมิใจไทยมี 2 คน ซึ่งในร่างไม่พบว่า พรรคเพื่อไทย ได้สงวนความเห็นหรือแปรญัตติไว้มากขนาดไหน และมาตราใด
“ หากกฎหมายนี้ไม่สามารถออกมาใช้ได้ สถานการณ์ของกัญชาจะเป็นอย่างข้อห่วงใยที่ท่านอ้าง และหากเกิดอะไรขึ้นท่านต้องรับผิดชอบ เพราะ กมธ.บางคนที่อยู่ในพรรคที่อ้างว่าห่วงเยาวชน ก็เสนอให้สูบกัญชาในสถานที่ท่องเที่ยวได้ด้วยซ้ำไป แต่เราไม่เห็นด้วย ดังนั้นขอให้พูดความจริง อย่าทำให้สิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชนจะต้องเสียหายไปเพราะพรรคการเมือง เห็นว่าเรื่องการเมืองสำคัญกว่าเรื่องประโยชน์ของประชาชน วันนี้ถ้าเกิดความวุ่นวายอะไรเกิดขึ้นจากการบังคับใช้การใช้กัญชา และมีผลกระทบต่อสังคม ท่านจะต้องแสดงความรับผิดชอบ เหตุผลเพราะเราเองที่ทำให้มันช้าไป ”
นายศุภชัย กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า พรรคภูมิใจไทยได้ทำมาตั้งแต่เริ่มต้น คือ เสนอนโยบาย และทำตามที่เสนอกับประชาชน ก็มีที่มาว่า เมื่อเราทำแล้วเราทำได้ นั่นเพราะว่า “เราพูดแล้วเราทำ” นี่คือสิ่งที่แสดงให้ประชาชนเห็นแล้วว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่ “พูดแล้วทำ” นอกจากนี้ ไม่เชื่อว่าคนที่ปลูกกัญชาทุกคนจะไม่ได้เลือกพรรคภูมิใจไทย เพราะบางคนจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย สิ่งที่ผมเป็นห่วงคือทั้งสองพรรคจะทำให้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติดอีกครั้ง คนที่ปลูกนับล้านคน ผู้ที่ใช้ประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์อยู่ในตอนนี้ บุคคลเหล่านี้จะกลายเป็นผู้ที่มีความผิดอาญาทันทีถ้าหากดึงกลับไปเป็นยาเสพติด ขณะที่คนกว่า 7 พันคน ที่ออกจากเรือนจำก็ต้องกลับเข้าเรือนจำ และยังมีผู้ที่อยู่ระหว่าง ดำเนินคดีอีกจำนวนมาก ก็ต้องกลับไปถูกดำเนินคดีอีก จึงขอถามว่า เตรียมคุกพอไว้ขังประชาชนหรือไม่
“ อย่าให้ผมต้องเอามาแฉ ว่า พรรคแต่ละพรรคที่ได้กล่าวอ้างว่าห่วงใยต่อประชาชน ได้ทำงานในคณะกมธ.ฯ แค่ไหน อย่างไร และขอให้หยุดเล่นการเมืองก่อน เรามาทำงานเพื่อประชาชนกัน ขอให้ก้าวข้ามการเมือง”
