11 ตุลาคม 2565 เวลา 09:38ประกาศพรรคภูมิใจไทย เรื่อง แนวทางในการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งประกาศพรรคภูมิใจไทย เรื่อง แนวทางในการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ออกระเบียบว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะ ต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2555 ประกาศ ณ วันที่ 22 กันยายน 2565 โดยเพิ่มความในข้อ 6 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการ หาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 ใน (9) ว่า กรณีที่ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองสามารถปิด ประกาศหรือติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งโดยวิธีการจัดทํา ขนาด จํานวน และสถานที่ ให้ถือ ปฏิบัติตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งและผู้อํานวยการสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจําจังหวัดประกาศกําหนดในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด เพื่อให้การโฆษณาประชาสัมพันธ์ในการหาเสียงเลือกตั้งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผู้ประสงค์ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคภูมิใจไทย เป็นไปด้วย ความเรียบร้อย เป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทย จึง ได้ออกประกาศให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคภูมิใจไทย ผู้ประสงค์ลงสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในนามพรรคภูมิใจไทย ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองและสมาชิก พรรคภูมิใจไทย ถือปฏิบัติตามแนวทาง ดังนี้ วิธีหาเสียง (1) สามารถแจกเอกสาร หรือวิดีทัศน์เกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งในเขตชุมชน สถานที่ ต่างๆ หรืองานพิธีต่าง ๆ โดยเอกสารหรือวิดีทัศน์เกี่ยวกับการหาเสียงสามารถระบุชื่อ รูปถ่าย หมายเลขประจําตัวของผู้สมัคร ชื่อพรรค ภาพเครื่องหมายพรรค นโยบายพรรค คติพจน์ คําขวัญ หรือข้อมูลประวัติเฉพาะที่เกี่ยวกับตัวผู้สมัครหรือพรรคการเมือง สามารนําภาพผู้ถูกเสนอชื่อเป็น นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรค สมาชิกพรรค ลงโฆษณาในเอกสารได้ รวมถึงต้องระบุชื่อตัว ชื่อ สกุล ที่อยู่ผู้ว่าจ้าง ผู้ผลิต จํานวน วัน เดือน ปี ไว้ที่ด้านหน้าเอกสาร หรือวิดีทัศน์อย่างชัดเจน (2) สามารถใช้พาหนะต่าง ๆ หรือจัดเวที หรือสถานที่เพื่อการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง โดยให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองแจ้งรายละเอียดให้ผู้อํานวยการสํานักงานคณะกรรมการการ เลือกตั้งประจําจังหวัด ภายใน 10 วันหลังจากการปิดรับสมัครตามแบบที่ กกต.กําหนด และ พาหนะดังกล่าวไม่มีข้อห้ามเรื่องจํานวนพาหนะที่ใช้ สามารถใช้เครื่องขยายเสียงในพาหนะและ เวที สถานที่หาเสียงรวมถึงสามารถติดตั้งป้ายโฆษณาที่ยานพาหนะสถานที่หรือเวที่หาเสียงได้ นอกจากนี้ยังสามารถหาเสียงผ่านจดหมาย สื่อสิ่งพิมพ์ โดยส่งถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ รวมถึงสามารถจัดทําเอกสารที่มีการกากบาทในช่องลงคะแนนเลือกตั้งให้กับตนเองเพื่อใช้ในการ หาเสียงเลือกตั้งให้แก่ตนเองได้ แต่การจัดทําเอกสารดังกล่าวต้องไม่มีขนาด ลักษณะ หรือสี คล้ายกับบัตรเลือกตั้ง (3) สามารถจัดให้มีผู้ช่วยหาเสียง เพื่อช่วยเหลือในการหาเสียง โดยต้องกําหนด หน้าที่ ของผู้ช่วยหาเสียงและค่าตอบแทนของผู้ช่วยหาเสียงไว้ด้วย โดยผู้สมัครแบบแบ่งเขตสามารถมี ผู้ช่วยหาเสียงได้ไม่เกิน 20 คน ต่อเขตเลือกตั้ง เปลี่ยนได้ไม่เกิน 3 ครั้งๆละไม่เกิน 1 ใน 3 พรรค การเมืองที่ส่งแบบบัญชีรายชื่อสามารถมีผู้ช่วยหาเสียงได้ไม่เกิน 10 เท่าของจํานวนเขตเลือกตั้ง ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองสามารถจัดหาเสื้อผ้า สิ่งของ เลี้ยงอาหารหรือเครื่องดื่มสําหรับผู้ช่วย หาเสียง และจ่ายค่าตอบแทนตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ํา และต้องแจ้งให้ผู้อํานวยการสํานักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบก่อนวันดําเนินการ และหากไม่แจ้งรายละเอียดผู้ช่วยหาเสียง หน้าที่และค่าตอบแทนจะดําเนินการหาเสียงด้วยวิธีการนี้ไม่ได้ (4) สามารถหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ได้แก่ website,social media,youtube และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภท สามารถระบุชื่อ รูปถ่าย หมายเลข ประจําตัวผู้สมัคร ชื่อพรรคการเมือง ภาพเครื่องหมายพรรคการเมือง นโยบายพรรคการเมือง คติ พจน์ คําขวัญ หรือประวัติเฉพาะที่เกี่ยวกับตัวผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง และสามารถนํารูปผู้ถูก เสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรค สมาชิกพรรคไว้ในสื่อโฆษณาดังกล่าวได้ โดยผู้สมัคร ต้องแจ้งวิธีการ รายละเอียด ช่องทาง ระยะเวลาในการหาเสียงเลือกตั้งดังกล่าวรวมทั้งหลักฐาน อื่นต่อ ผู้อํานวยการสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัดทราบตั้งแต่วันสมัครรับ เลือกตั้งเป็นต้นไป หรือก่อนดําเนินการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ กรณีผู้จัดทํามิได้เป็นผู้สมัครหรือมิได้เป็นสมาชิกพรรคต้องแสดงชื่อและชื่อสกุลหรือชื่อ นิติบุคคล หรืออาจแสดงชื่อย่อ สัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายใดที่สามารถระบุเจาะจงตัวบุคคลที่ ดําเนินการได้ และสื่อที่ผลิตต้องระบุชื่อและชื่อสกุล หรือชื่อนิติบุคคลของผู้จัดทํา การแสดงตน และระบุข้อมูลขั้นต้นอาจกระทําในรูปแบบตัวอักษร ภาพ หรือเสียงก็ได้ และหากมีรายการ ค่าใช้จ่ายรวมแล้วเกินกว่า 10,000 บาท ให้ผู้นั้นแจ้งค่าใช้จ่ายดังกล่าวต่อผู้สมัครหรือพรรค การเมืองทราบและให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองแจ้งผู้อํานวยการสํานักงานคณะกรรมการการ เลือกตั้งประจําจังหวัดหรือเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้วแต่กรณี (5) สามารถปิดประกาศในสถานที่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด โดยต้องจัดพิมพ์ใน แนวตั้ง ขนาดกว้างไม่เกิน 30 ซม. และสูงไม่เกิน 42 ซม. (ขนาด A3) พร้องระบุชื่อตัว ชื่อสกุล ที่ อยู่ของผู้ว่าจ้าง ผู้ผลิต จํานวน และวันเดือนปี ที่ผลิตที่เห็นได้ชัดเจน (6) สามารถติดตั้งป้ายโดยผู้สมัครจัดทําได้ไม่เกิน 2 เท่าของจํานวนหน่วยเลือกตั้งในเขต เลือกตั้งที่ตนเองเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยมีขนาดความกว้างไม่เกิน 130 ซม. ความยาวไม่เกิน 245 ซม.พร้อมระบุชื่อตัว ชื่อสกุลที่อยู่ผู้ว่าจ้าง ผู้ผลิต จํานวนและวันเดือนปีที่ผลิตที่เห็นชัดเจน โดยสามารถติดได้ตามที่ที่ผู้อํานวยการสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัด ประกาศกําหนด แผ่นป้ายที่ติดตั้งไว้ที่ทําการพรรค สาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด หรือศูนย์อํานวยการการเลือกตั้งติดตั้งได้เขตเลือกตั้งละ 1 แห่ง โดยมีขนาดกว้างไม่เกิน 400 ซม. และความยาวไม่เกิน 750 ซม.พร้อมระบุชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู่ผู้ว่าจ้าง ผู้ผลิต จํานวน และวันเดือน ปี ที่ผลิตที่เห็นชัดเจน (7) การดําเนินการดังกล่าวข้างต้นต้องนําค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นมาคํานวนเป็นค่าใช้จ่ายในการ เลือกตั้งด้วยโดยต้องเก็บหลักฐาน เช่น ใบเสร็จรับเงินต่าง ๆไว้ประกอบการลงบัญชีด้วย ลักษณะต้องห้าม (1) ห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง หาเสียงทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ เว้น แต่ กกต.จะสนับสนุนโดยจัดเวทีประชัน หรือสถานีวิทยุเชิญไปออกรายการแสดงวิสัยทัศน์หรือ อภิปรายเชิงนโยบาย (2) ห้ามหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ นับตั้งแต่เวลา 18.00 น.ก่อนถึงวันเลือกตั้ง 1 วัน จนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง (3) ห้ามทําโพล โดยไม่สุจริต ชี้นํา ผู้สมัครพรรคการเมืองหรือผู้สมัครคนใดคนหนึ่ง (4) การหาเสียงของผู้สมัคร และพรรคการเมือง ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับนโยบายของ พรรค (5) ห้ามผู้สมัครหรือพรรคการเมืองเรียก รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เพื่อลง สมัครหรือส่งสมัคร หรือไม่ลงสมัครหรือไม่ส่งสมัคร อันก่อให้เกิดประโยชน์ แก่ผู้สมัครหรือพรรค การเมืองอื่น และจะทําให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม (6) ห้ามมิให้ผู้สมัคร ผู้ใด จัดยานพาหนะนําผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปยังที่เลือกตั้ง หรือ นํากลับจากที่เลือกตั้ง หรือจัดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปหรือกลับจากที่ออกเสียงลงคะแนน โดยไม่คิด ค่าโดยสารหรือค่าจ้างตามปกติ (7) ห้ามมิให้ผู้ไม่มีสัญชาติไทยเข้าช่วยเหลือในการหาเสียงเลือกตั้ง หรือกระทําการ ใด ๆ ที่เป็นประโยชน์ในการเลือกตั้ง โดยประการที่จะเป็นคุณเป็นโทษ ต่อผู้สมัครหรือพรรค การเมือง เว้นแต่เป็นการช่วยราชการหรือประกอบอาชีพโดยปกติ (8) ห้ามเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตําแหน่งหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กระทําการใด ๆ เพื่อเป็นคุณ หรือเป็นโทษ แก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง (10) ห้ามมิให้ผู้ใดทําการโฆษณาหาเสียงด้วยประการใดๆไม่ว่าจะเป็นคุณหรือเป็น โทษ นับแต่เวลา 18.00 น.ก่อนวันเลือกตั้ง 1 วัน จนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง (11) ห้ามผู้สมัครหรือผู้ใด กระทําการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนน งดเว้นการลงคะแนน หรือชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็น สส.ด้วยวิธีการ (11.1) หาเสียงโดยจัดให้มีมหรสพ หรือรื่นเริง เว้นแต่ผู้สมัครที่ใช้ความรู้ ความสามารถทางศิลปของตนหาเสียงให้แก่ตนเองโดยไม่ใช้อุปกรณ์ในการแสดงมหรสพ (11.2) เลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด (11.3) หลอกลวง บังคับขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูง ใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง (12) ห้ามผู้สมัครหรือผู้ใด กระทําการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนน งดเว้นการลงคะแนน หรือชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็น ส.ส.ด้วยวิธีการ (12.1) จัดทํา ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่อาจคํานวนเป็นเงินได้ โดยให้ถือเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (12.2) ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้เงิน หรือทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ไม่ว่า โดยตรงหรือโดยอ้อม แก่ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัด สถานศึกษา สถานสงเคราะห์ หรือสถาบันอื่น โดยให้ถือเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (13) ห้ามผู้สมัครหรือพรรคการเมือง หรือผู้ใด นําสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้อง (14) ห้ามมิให้ผู้สมัคร พรรคการเมืองหรือผู้ใด หาเสียงในลักษณะดังนี้ (14.1) ผู้ประกอบอาชีพเป็นเจ้าของกิจการวิทยุโทรทัศน์ สื่อมวลชน สื่อโฆษณา ใช้ความสามารถหรือวิชาชีพเอื้อประโยชน์ในการหาเสียงให้แก่ผู้สมัครอื่นหรือพรรคการเมือง (14.2) แจกจ่ายเอกสารเกี่ยวกับการหาเสียงโดยวิธีการวาง โปรยในที่สาธารณะ (14.3) หาเสียงโดยใช้ถ้อยคํารุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย หรือปลุกระดม (14.4) ช่วยเหลือเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคํานวนเป็นเงินได้ ให้แก่ผู้ใดตามประเพณีต่างๆ วิธีหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งดังกล่าวข้างต้น พรรคภูมิใจ ไทยเห็นว่าเป็นข้อกฎหมายและระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่มีรายละเอียดและ ยุ่งยากในทางปฏิบัติโดยหากมีการปฏิบัติที่ผิดไปจากที่กําหนดหรือฝ่าฝืนกระทําการในสิ่งที่ ต้องห้ามจะส่งผลต่อตัวผู้สมัครหรืออาจส่งผลต่อการดําเนินกิจการของพรรคการเมืองด้วย ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันมิให้มีการกระทําที่ผิดกฎหมายและระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยจึงให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองของพรรค ผู้ประสงค์เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคและสมาชิกพรรคทุกท่านได้ศึกษาและทําความเข้าใจถึง วิธีหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงให้ถ่องแท้และถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดและ ระมัดระวังอย่าให้เกิดการกระทําผิดขึ้นได้ หากผู้ใดกระทําการฝ่าฝืนพรรคภูมิใจไทยจะถือว่าเป็น ความผิดของบุคคลนั้น ๆที่จะต้องรับผิดชอบในผลของการกระทําที่เกิดขึ้นเองเป็นการเฉพาะตัว โดยพรรคภูมิใจไทยมิได้เข้าไปเกี่ยวข้อง รู้เห็น หรือมีส่วนร่วมในการกระทํานั้นๆ แต่อย่างใด ทั้งนี้ ตั้งแต่ วันที่ 24 กันยายน 2565 เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 23 กันยายน 2565 (นายศุภชัย ใจสมุทร) นายทะเบียนสมาชิกพรรค ทําการแทน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แชร์บทความนี้: