“อนุทิน” นำ “ศักดิ์สยาม” พบนายกฯ ขอพรวันเกิด ย้ำ เรื่องกัญชา ไม่กระทบรัฐบาลทำงาน

“อนุทิน” นำ “ศักดิ์สยาม” พบนายกฯ ขอพรวันเกิด ย้ำ เรื่องกัญชา ไม่กระทบรัฐบาลทำงาน

9 พฤศจิกายน 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้เข้าพบพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก่อนออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้เป็นวันเกิดรัฐมนตรีคมนาคม ได้เข้าไปขอพบท่านนายกฯเพื่อขอพร ซึ่งท่านนายกฯ ได้ขอให้ช่วยกันทำงานให้บ้างให้บ้านเมือง และขอให้มีสุขภาพแข็งแรง นายอนุทิน เปิดเผยเพิ่มเติมว่า นายกฯ ได้สอบถามถึงความเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากใกล้เลือกตั้ง ซึ่งนายอนุทิน ระบุว่า พรรคได้เตรียมการมาตั้งแต่รัฐบาลเข้าสู่ปีที่ 4 นอกจากนั้น ท่านยังขอให้รัฐบาลตั้งหน้าตั้งตาทำงาน และมีการสอบถามเรื่องปัญหาที่เป็นข่าว ซึ่งนายอนุทิน ชี้แจงว่า มาจากความเห็นที่แตกต่างกัน สุดท้ายเป็นเรื่องของสภาฯ อย่างเช่น กฎหมายกัญชาที่มีการพิจารณากันอยู่ ซึ่งเราก็ต้องรับฟังฝ่ายที่เห็นต่าง เชื่อว่า กรรมาธิการจะรับฟังและนำไปแก้ไขปรับปรุง ก็ยืนยันท่านไปว่าไม่มีปัญหา ไม่ทําให้รัฐบาลท่านมีอุปสรรค “ผมยืนยันกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ว่าไม่มีอะไรที่ทำให้รัฐบาลเกิดอุปสรรค และยังทำงานต่างๆ ต่อไปเหมือนเดิม และยังรายงานให้นายกฯ ทราบถึงระบบการทำงานสาธารณสุขที่องค์การอนามัยโลก ชื่นชมระบบสาธารณสุขของไทยอยู่ในระดับเอบวก ที่พัฒนาเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 80%แสดงให้เห็นว่าระบบมีความพร้อมในระดับโลก เมื่อเปิดประเทศและผ่อนคลายมาตรการเกี่ยวกับโควิด-19 จะเป็นโอกาสให้ชาวต่างชาติเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งพัฒนาเศรษฐกิจต่อไป” นายอนุทิน กล่าวตอบคำถามเรื่องเรื่อง พ.ร.บ. กัญชา เพิ่มเติม ระบุว่า จะผ่านหรือไม่ ให้ขึ้นอยู่กับสภา และพร้อมยอมรับผลที่เกิดขึ้น ด้าน กมธ. ได้พร้อมรับฟังปัญหาและแก้ไขสิ่งที่เป็นความห่วงใยของทุกฝ่าย มั่นใจว่า กฎหมายฉบับนี้มีประโยชน์ เพราะกัญชาไม่ใช่ยาเสพติด หากถ้ามีกฎหมายออกมาบังคับใช้จะช่วยควบคุมการใช้กัญชาได้ และคนที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือประชาชน ซึ่งไม่ว่าบทสรุปจะออกมาอย่างไร กัญชา ก็ไม่ใช่ยาเสพติด สามารถใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และเศรษฐกิจ เป็นไปตามรโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล