นายอนุทิน กล่าวว่า ขอบคุณเป็นอย่างหนึ่งที่ได้เข้ามาส่วนหนึ่งของโครงการที่สำคัญนี้ ในช่วงสามปีที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่าระบบสุขภาพที่แข็งแรงเป็นกุญแจสำคัญในการทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข แน่นอนว่าการระบาดของโควิด-19 คือความท้าทายอย่างมหาศาลที่เราต้องเผชิญ มันได้สร้างปัญหาเกิดขึ้นแก่ทั่วโลก และตีแผ่ข้อเท็จจริงเรื่องความเหลื่อมล้ำทางสังคม อันส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนทั่วโลก มันเป็นสิ่งย้ำเตือนว่า ระบบหลักประกันสุขภาพที่ดีและมีประสิทธิภาพนั้น มีความจำเป็นอย่างมาก ท่ามกลางการระบาดที่รุนแรง มันได้ตอบคำถามแล้วว่า จะไม่มีใครปลอดภัยจนกว่าทุกคนจะปลอดภัย
ญี่ปุ่นได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบความสำเร็จในการจัดการระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหน้า เป็นประเทศที่ควรค่าแก่การเรียนรู้ โดยเฉพาะเมื่อเรา ต้องมองว่า ประเทศไทย กำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ประสบการณ์ของญี่ปุ่นจะช่วยเราได้มาก
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและญี่ปุ่นมีวิวัฒนาการมาหลายชั่วอายุคน ในปี พ.ศ. 2558 โครงการความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่นเพื่อการสาธารณสุขโลกและหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้ริเริ่มขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และสำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งประเทศญี่ปุ่นหรือ JICA เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการยกระดับงานด้านสาธารณสุขของทั้ง 2 ชาติ และเราต่างก็มุ่งมั่น จะจับมือกันพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าตราบจนถึงวันนี้
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน และคณะ มีกำหนดการหารือกับ ดร.เคนิชิ นากามูระ ผู้อำนวยการศูนย์คลินิกวิทยาระหว่างประเทศ ศูนย์มะเร็งนานาชาติ เรื่องความร่วมมือด้านงานวิจัย และพัฒนา การดูแลผู้ป่วยมะเร็ง นอกจากนั้น ยังมีกำหนดการหารือกับ กับนายอากิฮิโกะ ทานากะ ประธานองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่นหรือไจก้า ด้วย โดยกำหนดการของนายอนุทิน และคณะ จะปฏิบัติภารกิจที่ญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 12-16 พฤศจิกายน 2565

