ที่นายราเมศ บอกว่า ต้องแยกเรื่องมารยาททางการเมือง ออกจากเรื่องความถูกต้อง เป็นแค่การแก้ตัว ของคนที่ไม่รับผิดชอบ ไม่เคารพกติกาของการอยู่ร่วมกัน เป็นการสื่อสารของพวกไม่มีเครดิต วันนี้พูดอย่าง พรุ่งนี้ ทำอีกอย่าง เชื่อถือไม่ได้ ที่ท่านบอกว่า พรรคท่านยึดประโยชน์ส่วนรวม ขอถามกลับ ยึดประโยชน์ส่วนรวม เป็นห่วงสังคม อย่างที่ปากว่า ทำไม มาขวาง พ.ร.บ. กัญชา ซึ่งเป็นวางกรอบควบคุมการใช้ มันขัดแย้งในตัวเองมาก
เช่นกัน ตอนร่วมรัฐบาล ท่านยอมรับนโยบายพรรคอื่นๆ แต่พอจะเลือกตั้งใหม่ ก็หาทางขัดขาเพื่อน เพราะกลัวเพื่อนจะทำนโยบายได้สมบูรณ์ แล้วท่านยังออกมาปั่นกระแสบิดเบือนเรื่องกัญชา พรรคของท่านจัดเสวนาล่าสุด ก็สื่อสารข้างเดียว ในพรรคมีกรรมาธิการ พ.ร.บ.กัญชา ท่านยังไม่ให้เข้าไปให้ข้อมูล ที่ท่านทำอยู่ ท่านกำลังทำให้กัญชา กลับไปเป็นผู้ร้าย แต่ก่อนหน้า ท่านยอมรับกับนโยบายของเรา นี่ก็เข้าลักษณะพูดอย่าง ทำอย่าง ท่านชอบพูดว่ากลัวกัญชาเสรี แล้วท่านก็ออกมาขวางกฎหมาย
"พรรคภูมิใจไทย เราพูดแล้วทำ เราให้ความสำคัญกับนโยบายของเรา เราผลักดัน ทำเต็มที่ เรารับฟังเหตุผล เรื่องกัญชา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านเข้าใจความกังวลของสังคม ออกประกาศต่างๆ มาช่วยควบคุม ให้นโยบายเดินได้ เกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุด ต่างกับบางพรรคที่พูดแล้วลืม พูดอะไรไป พอได้อำนาจก็ลืมหมด แบบนี้ ไม่มีเครดิต ไม่มีความน่าเชื่อถือ ประชาชนเขามองออก"
18 พฤศจิกายน 2565 เวลา 13:30
พูดแล้วลืม ! "พลพีร์" ฟาด "ราเมศ" ปมเบี้ยวนโยบายรัฐบาล จ้องล้มกัญชา
กรณีนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมากล่าวโจมตี นายอนุทินชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปมมารยาททางการเมือง ล่าสุด 18 พฤศจิกายน 2565 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รองเลขานุการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง(ประจำตัวนายอนุทิน) กล่าวว่า
ที่นายราเมศ บอกว่า ต้องแยกเรื่องมารยาททางการเมือง ออกจากเรื่องความถูกต้อง เป็นแค่การแก้ตัว ของคนที่ไม่รับผิดชอบ ไม่เคารพกติกาของการอยู่ร่วมกัน เป็นการสื่อสารของพวกไม่มีเครดิต วันนี้พูดอย่าง พรุ่งนี้ ทำอีกอย่าง เชื่อถือไม่ได้ ที่ท่านบอกว่า พรรคท่านยึดประโยชน์ส่วนรวม ขอถามกลับ ยึดประโยชน์ส่วนรวม เป็นห่วงสังคม อย่างที่ปากว่า ทำไม มาขวาง พ.ร.บ. กัญชา ซึ่งเป็นวางกรอบควบคุมการใช้ มันขัดแย้งในตัวเองมาก
เช่นกัน ตอนร่วมรัฐบาล ท่านยอมรับนโยบายพรรคอื่นๆ แต่พอจะเลือกตั้งใหม่ ก็หาทางขัดขาเพื่อน เพราะกลัวเพื่อนจะทำนโยบายได้สมบูรณ์ แล้วท่านยังออกมาปั่นกระแสบิดเบือนเรื่องกัญชา พรรคของท่านจัดเสวนาล่าสุด ก็สื่อสารข้างเดียว ในพรรคมีกรรมาธิการ พ.ร.บ.กัญชา ท่านยังไม่ให้เข้าไปให้ข้อมูล ที่ท่านทำอยู่ ท่านกำลังทำให้กัญชา กลับไปเป็นผู้ร้าย แต่ก่อนหน้า ท่านยอมรับกับนโยบายของเรา นี่ก็เข้าลักษณะพูดอย่าง ทำอย่าง ท่านชอบพูดว่ากลัวกัญชาเสรี แล้วท่านก็ออกมาขวางกฎหมาย
"พรรคภูมิใจไทย เราพูดแล้วทำ เราให้ความสำคัญกับนโยบายของเรา เราผลักดัน ทำเต็มที่ เรารับฟังเหตุผล เรื่องกัญชา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านเข้าใจความกังวลของสังคม ออกประกาศต่างๆ มาช่วยควบคุม ให้นโยบายเดินได้ เกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุด ต่างกับบางพรรคที่พูดแล้วลืม พูดอะไรไป พอได้อำนาจก็ลืมหมด แบบนี้ ไม่มีเครดิต ไม่มีความน่าเชื่อถือ ประชาชนเขามองออก"
ที่นายราเมศ บอกว่า ต้องแยกเรื่องมารยาททางการเมือง ออกจากเรื่องความถูกต้อง เป็นแค่การแก้ตัว ของคนที่ไม่รับผิดชอบ ไม่เคารพกติกาของการอยู่ร่วมกัน เป็นการสื่อสารของพวกไม่มีเครดิต วันนี้พูดอย่าง พรุ่งนี้ ทำอีกอย่าง เชื่อถือไม่ได้ ที่ท่านบอกว่า พรรคท่านยึดประโยชน์ส่วนรวม ขอถามกลับ ยึดประโยชน์ส่วนรวม เป็นห่วงสังคม อย่างที่ปากว่า ทำไม มาขวาง พ.ร.บ. กัญชา ซึ่งเป็นวางกรอบควบคุมการใช้ มันขัดแย้งในตัวเองมาก
เช่นกัน ตอนร่วมรัฐบาล ท่านยอมรับนโยบายพรรคอื่นๆ แต่พอจะเลือกตั้งใหม่ ก็หาทางขัดขาเพื่อน เพราะกลัวเพื่อนจะทำนโยบายได้สมบูรณ์ แล้วท่านยังออกมาปั่นกระแสบิดเบือนเรื่องกัญชา พรรคของท่านจัดเสวนาล่าสุด ก็สื่อสารข้างเดียว ในพรรคมีกรรมาธิการ พ.ร.บ.กัญชา ท่านยังไม่ให้เข้าไปให้ข้อมูล ที่ท่านทำอยู่ ท่านกำลังทำให้กัญชา กลับไปเป็นผู้ร้าย แต่ก่อนหน้า ท่านยอมรับกับนโยบายของเรา นี่ก็เข้าลักษณะพูดอย่าง ทำอย่าง ท่านชอบพูดว่ากลัวกัญชาเสรี แล้วท่านก็ออกมาขวางกฎหมาย
"พรรคภูมิใจไทย เราพูดแล้วทำ เราให้ความสำคัญกับนโยบายของเรา เราผลักดัน ทำเต็มที่ เรารับฟังเหตุผล เรื่องกัญชา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านเข้าใจความกังวลของสังคม ออกประกาศต่างๆ มาช่วยควบคุม ให้นโยบายเดินได้ เกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุด ต่างกับบางพรรคที่พูดแล้วลืม พูดอะไรไป พอได้อำนาจก็ลืมหมด แบบนี้ ไม่มีเครดิต ไม่มีความน่าเชื่อถือ ประชาชนเขามองออก"