เมื่อถามว่า ความเคลื่อนไหวในวันนี้ จะเกี่ยวข้องกับการประชุมของคณะกรรมการ ปปส.ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งมีข่าวลือว่าจะนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ไม่มี เพราะกัญชาไม่ใช่ยาเสพติด สิ่งที่เป็นยาเสพติดคือสารสกัดจากกัญชา ที่มีค่า THC มากกว่า 0.2 % ฉะนั้นประกาศของกระทรวงสาธารณสุขที่ออกมานั้นได้ให้อำนาจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในฐานะผู้รักษากฎหมาย ฉะนั้นจึงเหลือขั้นตอนประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งเป็นหน้าที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับป.ป.ส.และครม. ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาทำงานเพียงสองวันและติดช่วงเอเปคอย่าเพิ่งไปตื่นตกใจว่าประกาศกระทรวงดังกล่าวมีปัญหาอะไรหรือเปล่า
เมื่อถามว่า มีกระบวนการกั๊ก ไม่ให้ประกาศของกระทรวงฯ ได้ลงในราชกิจจาฯ หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า มันเป็นขั้นตอนตามกฎหมาย รัฐมนตรีที่รับผิดชอบลงนามประกาศแล้วก็ถือว่าได้ใช้อำนาจไปเรียบร้อยแล้ว ตัดตอนไปแล้ว ถ้าใครเข้ามาร่วมด้วยก็จะถือว่าต้องเข้ามาร่วมรับผิดชอบด้วยกัน แต่คงจะไม่มีนัยออกไปทางนั้นหรอก
เมื่อถามอีกว่า ป.ป.ส.สามารถดึงกัญชากลับมาเป็นยาเสพติดได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า
“ป.ป.ส. มีคณะกรรมการ ท่านนายกฯ เป็นประธาน ท่านมอบหมาย ให้ท่านวิษณุ(วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี) เป็น ประธานแทนท่านนายกฯ คณะกรรมการชุดนี้ ก็เป็นคนพิจารณาให้กัญชาไม่ใช่ยาเสพติด ยกเว้นสารสกัด THC ที่มีค่าตามกำหนด มันจะถ่มน้ำลายรดตัวเองได้อย่างไร”
เมื่อถามว่าในเรื่องนี้ ต้องไปคุยกับนายวิษณุหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ไม่ต้องไปคุย เพราะมันเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลข้อ 4 เป็นเรื่องเร่งด่วน ที่จะต้องนำกัญชาไปศึกษาวิจัยทางเศรษฐกิจ การแพทย์ และสุขภาพ มันชัดเจนอยู่แล้ว เราก็ทำตาม ไม่มีการส่งเสริม เพื่อนันทนาการ ส่วนที่บอกว่าห่วงใยเยาวชน ก็ให้ออกกฎหมายสิ ร่วมกันออกสิ ให้ความเห็น เพิ่มเติม ตัดต่อ เสนอแนะ ทำได้เลย เพราะ กมธ.ประกอบไปด้วยตัวแทนพรรคการเมืองทุก พรรค หรือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย อยู่ในกลุ่มนั้นหมด

