นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังมอบนโยบายในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนา “ทุเรียนไทย ทุเรียนคุณภาพ” (Premium Thai Durian)” โดยมี นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร นายภัสชญภณ หมื่นแจ้ง รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ผู้บริหารกรมวิชาการเกษตร ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมาคมและผู้ประกอบการพืชผักผลไม้ไทย สมาคมพืชสวน สมาคมการค้าธุรกิจเกษตรไทยจีน สมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศไทย สภาหอการค้าไทย ผู้ประกอบการ และเกษตรกร เข้าร่วม ณ โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ กรุงเทพฯ ว่า การบริหารการส่งออกทุเรียนตลอด Supply Chain ต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน จึงจะส่งผลต่อความสามารถในการส่งออก เป็น “ทุเรียนไทย ทุเรียนคุณภาพ (Premium Thai Durian)” ซึ่งขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมวิชาการเกษตร ได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ คุณภาพผักและผลไม้ไทย เพื่อกำกับดูแลการนำเข้า – ส่งออกผักและผลไม้ไทย ให้มีคุณภาพมาตรฐาน (Thai Premium Fruits and Vegetable) เป็นไปตามข้อกำหนดการตรวจสอบคุณภาพสุขอนามัย และสุขอนามัยพืช ตามเงื่อนไขการนำเข้า – ส่งออกรวมถึงกฎหมาย ประกาศ ระเบียบ และข้อกำหนดต่าง ๆ โดยมี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นที่ปรึกษาคณะทำงาน บูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ซึ่งคณะทำงานฯ ชุดนี้มีหน้าที่และอำนาจ สั่งพักใช้ เพิกถอน ใบรับรอง หรือระงับ ยกเลิกหนังสือแสดงการขึ้นทะเบียน เมื่อตรวจพบการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ประกาศ กฎ ของกรมวิชาการเกษตร หรือระเบียบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ เตรียมตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจอีกหนึ่งชุด ซึ่งจะประกอบไปด้วย ที่ปรึกษา รมช.เกษตรฯ เข้าไปเป็นประธานกรรมการ ร่วมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาเป็นคณะกรรมการฯ ในชุดนี้ด้วย โดยจะแต่งตั้งให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้
ทั้งนี้ จากการดำเนินงานที่ผ่านมา กรมวิชาการเกษตรได้ออกระเบียบ ประกาศ ให้การรับรองการผลิตผักและผลไม้ เพื่อให้ผักและผลไม้มีคุณภาพและมาตรฐาน เป็นไปตามข้อกำหนดการตรวจสอบคุณภาพสุขอนามัย และสุขอนามัยพืช ตามเงื่อนไขการนำเข้า - ส่งออก ซึ่งการให้การรับรองดังกล่าว เป็นกรณีทั้งผู้ผลิตมีความประสงค์ยื่นคำขอรับการรับรองและการกำหนดให้ผู้ผลิตต้องยื่นคำขอการรับรอง หากผู้ได้รับการรับรองฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด จะถูกลงโทษเป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบและประกาศ ตั้งแต่ การตักเตือน การพักใช้ การเพิกถอน หรือการสั่งระงับ หรือยกเลิก แล้วแต่กรณี โดยล่าสุด กรมวิชาการเกษตร ได้ประสานกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เตรียมประกาศให้เรื่อง “หลักปฏิบัติในการตรวจ และรับผลทุเรียนของโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุ (ล้ง)” เป็นมาตรฐานบังคับตาม พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าเกษตร 2551 ปัจจุบันได้ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแล้ว โดยจะประกาศใช้ในเดือน มีนาคม 2566 และมีผลบังคับใช้ในเดือนกันยายน 2566 เป็นต้นไป ซึ่งจะเป็นการกำหนดให้ล้งต้องรับซื้อทุเรียนที่ได้มาตรฐานเท่านั้น
“จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสวนทุเรียนในจังหวัดต่าง ๆ เกษตรกร ล้ง ผู้ประกอบการ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี จะเห็นได้จากการสวมสิทธิ์และทุเรียนอ่อนลดลงอย่างมาก เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ทำงานอย่างเข้มข้นและลงพื้นที่ตรวจจับอย่างจริงจัง หากพบจะทำลายทันที และมั่นใจว่าผลผลิตปีหน้าดีขึ้น หากเรายังเน้นคุณภาพทุเรียน เพราะจากการลงพื้นที่พบปะกับชาวสวนทุเรียน พบว่า หลายรายมีความกระตือรือร้น ให้ความสนใจในการปลูกทุเรียนคุณภาพ และตระหนักถึงความสำคัญในการรักษา GAP ไม่ให้มีใครมาสวมสิทธิ์ทุเรียนของตน สำหรับอนาคตทุเรียนไทยภายหลังเวียดนามเข้ามามีส่วนแบ่งทางการตลาดในจีน ได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญว่าทุเรียนของไทยต้องเป็นทุเรียนคุณภาพเท่านั้น อย่างไรก็ตาม นอกจากการส่งออกทุเรียนจะเป็นสิ่งสำคัญแล้ว ยังมีผลไม้อื่น ๆ อีกมาก ที่กระทรวงเกษตรฯ ต้องสนับสนุนและสร้างความเข้มแข็งเหมือนทุเรียน ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯ พยายามผลักดันทุเรียนคุณภาพ เพื่อเป้าหมายการเป็นอันดับ 1 ของโลก และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั่วโลกในคุณภาพของผลไม้ชนิดอื่น ๆ ของไทย อีกด้วย” รมช.มนัญญา กล่าว
นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำในการเพิ่มขีดความสามารถ พร้อมยกระดับมาตรฐานโรงรวบรวมและคัดบรรจุทุเรียนสดเพื่อส่งออกเป็นทุเรียนคุณภาพได้มาตรฐาน ไม่เป็นทุเรียนอ่อนมาจากสวนของเกษตรกรในประเทศไทย และต้องตรวจติดตามแหล่งที่มาได้ รวมทั้งการตรวจและรับรองสุขอนามัยพืชของทุเรียนสด จะต้องเป็นตามข้อตกลงพิธีสารการส่งออกผลไม้ไทย – จีน และเพื่อให้นโยบายการส่งออกทุเรียนคุณภาพไปจีนมีประสิทธิภาพ จึงมอบหมายให้ทูตเกษตรไทยในจีนทั้ง 3 หน่วยงาน (ฝ่ายเกษตร ประจำกรุงปักกิ่ง ฝ่ายเกษตร ณ นครเซี่ยงไฮ้ และฝ่ายเกษตร ณ นครกวางโจว) ติดตามสถานการณ์นำเข้า ณ ประเทศจีน และการตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและอำนวยความสะดวกให้กับการส่งออกทุเรียนไทย
.
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2565 กรมวิชาการเกษตร ได้ทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายทางการส่งออก เพิ่มขีดความสามารถในการส่งออก รักษาตลาดการส่งออกทุเรียนสดไทย ตั้งแต่กระบวนการผลิตที่ต้องผ่านมาตรฐาน GAP การตัดทุเรียนคุณภาพ การรวบรวม และคัดบรรจุมีคุณภาพได้มาตรฐาน และตรวจสอบทุเรียนประเทศเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิทุเรียนไทยต้องเป็น “Zero สวมสิทธิ” สามารถติดตามและทวนสอบมาตรการตรวจสอบคุณภาพและรับรองสุขอนามัยพืชสำหรับทุเรียนส่งออกไปจีน ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตรได้จัดให้มี “GAP เคลื่อนที่” เพื่อให้บริการรวดเร็ว ทั่วถึง โดยขึ้นทะเบียน และต่ออายุสวน GAP ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน และได้ส่งข้อมูลทะเบียนสวนในรูปแบบรหัสใหม่ที่กรมวิชาการเกษตรขึ้นทะเบียนแล้วเสร็จ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว ให้กับทางศุลกากรเกษตรของจีน (GACC) ซึ่งทราบว่าจะมีการอัพเดตข้อมูลในระบบของ GACC ในวันที่ วันที่ 26 ธันวาคม 2565 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตามกรมวิชาการเกษตรยังเปิดรับลงทะเบียนแปลง GAP ใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ ต้องสร้างความตระหนักให้เกษตรกรมีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค โดยไม่ตัดทุเรียนอ่อนมาจำหน่าย ยกระดับมาตรฐานโรงคัดบรรจุทุเรียนสดเพื่อการส่งออก โดยจัดกลุ่มโรงคัดบรรจุตามสมรรถนะจริง นำหลักการบริหารความเสี่ยงมาใช้ในการดำเนินการรับรองคุณภาพและตรวจสอบด้านสุขอนามัยพืช ณ โรงคัดบรรจุ
.
ทั้งนี้ รายการส่งออกทุเรียนสด จากไทยไปจีน สะสมตั้งแต่ 1 ก.พ. – 15 ธ.ค. 65 มีการส่งออก 47,562 ชิปเมนต์ ปริมาณ 815,276.71 ตัน มูลค่า 86,732.23 ล้านบาท
สำหรับการสัมมนาในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งในการส่งออกทุเรียนไทย สร้างการรับรู้ให้เกษตรกรตระหนักถึงความสำคัญของ GAP เพื่อการผลิตทุเรียนคุณภาพ โดยมีการนำเสนอ “มาตรการกำกับดูแลการส่งออกทุเรียน” โดย นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร รวมทั้งการจัดเสวนา เรื่อง “ทุเรียนคุณภาพ ทิศทาง โอกาส และความท้าทาย” โดยนายภัสชญภณ หมื่นแจ้ง รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ตลอดจน นางสาวก่อวดี ผลเกลี้ยง ผู้แทนสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) นางสาวปทุมวดี อิ่มทั่ว อัคราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) ประจำกรุงปักกิ่ง นางสาวอาทินันท์ อินทรพิมพ์ กงสุล (ฝ่ายเกษตร) ณ นครเซี่ยงไฮ้ นายปรัตถกร แท่นมณี กงสุล (ฝ่ายเกษตร) ณ นครกวางโจว ร่วมเสวนา และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อสร้างความเข้าใจกระบวนการตรวจสอบคุณภาพและรับรองสุขอนามัยพืชสำหรับการส่งออกทุเรียนทั้งระบบ

