นายอนุทิน กล่าวว่า ในปี 2566 ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ และจะมีคนไทยอายุ 60 ปี เพิ่มขึ้นปีละ 1 ล้านคน ส่งผลให้ภายในปี พ.ศ. 2576 ประเทศไทยจะมีประชากรผู้สูงอายุถึง ร้อยละ 28 ของประชากร รัฐบาลจึงได้ปรับแผนงานรองรับ เพื่อให้เกิดการดำเนินการอย่างครอบคลุมในทุกมิติ สำหรับกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะองค์กรหลักด้านสุขภาพของประเทศ ได้ประกาศให้ปี 2566 เป็น “ปีแห่งสุขภาพสูงวัยไทย” มีนโยบายให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบและทั่วถึงทั้งร่างกาย และจิตใจ ประกอบด้วย
1.การคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ โดย อสม. และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ให้ครอบคลุมผู้สูงอายุกว่า 10 ล้านคน
2.ให้โรงพยาบาลทุกระดับของกระทรวงสาธารณสุข มีคลินิกผู้สูงอายุ เพื่อให้เข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง
3.สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ ได้แก่ แว่นสายตา 500,000 อัน ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ 5 ล้านชิ้น ฟันเทียม 50,000 ชุด และรากฟันเทียมสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาในการใส่ฟันเทียม 5,000 ราก เพื่อส่งเสริม “สุขภาพ” เพิ่ม “ความสุข” ให้ผู้สูงอายุมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ช่วยสนับสนุนให้ครอบครัวมีพลังในการดำเนินชีวิต เกิดความเข้มแข็ง ทางสุขภาพ ซึ่งถือเป็นต้นทุนในการสร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจของประเทศ นำไปสู่เป้าหมาย “ประชาชนแข็งแรง เศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง ประเทศไทยแข็งแรง” ต่อไป
ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในการมอบของขวัญปีใหม่เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ กระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดทั้งส่วนกลางและภูมิภาค บูรณาการความร่วมมือกันให้เกิดความครอบคลุม อาทิ กรมอนามัย และกรมสุขภาพจิต ร่วมพัฒนาแบบคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ โดยใช้แบบคัดกรองความถดถอย 9 ด้าน ด้วยแอปพลิเคชันสมุดบันทึกสุขภาพผู้สูงอายุ (Blue Book Application) เพื่อค้นหาความเจ็บป่วย
2.กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดย อสม.และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใน รพ.สต. คัดกรองความถดถอย 9 ด้านของผู้สูงอายุ ด้วยแอปพลิเคชัน SMART อสม. ทำให้ผู้สูงอายุทราบสถานะสุขภาพของตนเองผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล และดำเนินการวางแผน การดูแลรักษา ส่งต่อผู้ที่พบความผิดปกติ ผ่านกลไก 3 หมอ
3.กรมการแพทย์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลทุกแห่ง พัฒนาคลินิกผู้สูงอายุ รองรับการส่งต่อผู้สูงอายุที่พบความเสี่ยงต่อการเกิดโรค และ
4.สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ ผ่านกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น และกองทุนระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุข โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประเมินความต้องการ และจัดหาวัสดุอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับสุขภาพของผู้สูงอายุแต่ละราย ทั้งนี้ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน และกองบริหารการสาธารณสุข จะติดตามการขับเคลื่อนกิจกรรมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับบริการที่เหมาะสมต่อสุขภาพเป็นของขวัญปีใหม่อย่างทั่วถึง เกิดสุขภาพที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน
