รมว.พิพัฒน์ กล่าวว่า พื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความงดงามของธรรมชาติมีความหลากหลายทางระบบนิเวศ มีวัฒนธรรมประวัติศาสตร์ มีวิถีชีวิตที่เป็นอัตลักษณ์ที่โดดเด่น และเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม พื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลายังคงต้องการการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นด้านการอนุรักษ์ การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และวิถีลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาให้มีความยั่งยืน และช่วยกันยกระดับเพื่อนำไปสู่มาตรฐานทั้งในระดับประเทศ และระดับโลก
อพท. จึงได้เสนอคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ให้ความเห็นชอบการประกาศพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา และเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566 - 2570) ที่ประกอบด้วยโครงการกว่า 270 โครงการ งบประมาณรวมกว่า 5,000 ล้านบาท ภายใต้วิสัยทัศน์ "ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน" ซึ่งจะเป็นกรอบและแนวทางสำหรับบูรณาการความร่วมมือและดำเนินงานร่วมกับของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการมีส่วนร่วม ขับเคลื่อนการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวสร้างสรรค์ จากฐานทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มีคุณค่าของทะเลสาบสงขลา และวิถีเขาโหนด-นา-เล สู่การท่องเที่ยวที่ มีคุณภาพได้มาตรฐานและยั่งยืน ในบริบทของการเป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยมีโครงการภายใต้แผนยุทธศาสตร์ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 166 โครงการ งบประมาณรวมเกือบ 3,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัดส่วนงบประมาณกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ในแผน ที่มีหน่วยรับผิดชอบคือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของพวกท่านซึ่งเป็นผู้พัฒนาและดูแลพื้นที่อย่างแท้จริง
"มาตรฐานการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน Sustainable Tourism management Standards (STMS)" เป็นมาตรฐานที่ได้รับการรับรองว่าเทียบเท่ากับหลักเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวของสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก ซึ่งเป็นองค์กรระดับสากล มาตั้งแต่ปี 2561 นั่นหมายความว่า มาตรฐานนี้เป็นแนวปฏิบัติที่ได้รับความเชื่อถือในระดับนานาชาติ การนำแนวทางตามมาตรฐานดังกล่าวไปดำเนินงาน จะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถให้กับองค์กรต่างๆ ที่มีภารกิจในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวให้สามารถบริหารจัดการการท่องเที่ยวได้อย่างมีระบบและบูรณาการงานท่องเที่ยวที่สามารถตอบสนองความต้องการของทุกภาคส่วนได้ อพท. จึงได้นำมาตรฐานดังกล่าวไปส่งเสริมและประเมินผลการดำเนินงานองค์กรที่มีบทบาทในการบริหารจัดการการท่องเที่ยว โดยเริ่มที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นองค์กรหลักในพื้นที่ที่จะบริหารจัดการการท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืน
