รมว.พิพัฒน์ ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน “กิจกรรมมหัศจรรย์แห่งวิถีลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา สู่การเป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน”

รมว.พิพัฒน์ ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน “กิจกรรมมหัศจรรย์แห่งวิถีลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา สู่การเป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน”

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2566 เวลา 19.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (รมว.กก.) ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน “กิจกรรมมหัศจรรย์แห่งวิถีลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา สู่การเป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” โดยมี ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี และมีนายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายอารัญ บุญชัย ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นาวาอากาศเอก อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน, ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษา, นายคณนาถ หมื่นหนู โฆษกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว และ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการ ททท. เข้าร่วมงาน ณ ท่าเรือ บริษัท เซ้าท์เธิร์น โลจิสติกส์ (2009) อําเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา กิจกรรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้การขับเคลื่อนและพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เพื่อสร้างการรับรู้ถึงการประกาศพื้นที่พิเศษฯ ให้เกิดการรับรู้ในวงกว้างและส่งเสริมการตลาดด้านการท่องเที่ยวพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้รับรู้ถึงประโยชน์ และจะได้ร่วมกันขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่พิเศษ ฯ ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ภายใต้การมีส่วนร่วมของภาคีทุกภาคส่วน นำไปสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้เกิดการกระจายรายได้และสร้างความสุขให้กับชุมชุนและท้องถิ่น รมว.พิพัฒน์ กล่าวว่า พื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เป็นลุ่มน้ำแห่งเดียวของประเทศไทยที่เป็นระบบทะเลสายแบบลากูนขนาดใหญ่ และเป็นลากูน 1 ใน 117 แห่งทั่วโลก เป็นแหล่งที่มีคุณค่าทางธรรมชาติที่โดดเด่น ทะเลสาบสงขลามีทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ทำให้ความเค็มของน้ำในทะเลสาบเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับฤดูกาลจึงมีการเรียกขานกันว่า "ทะเลสาบสามน้ำ" ทำให้ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาเป็นระบบนิเวศผสมผสาน บริเวณชายเขา และที่ราบลุ่มซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของคนลุ่มน้ำ ทำการเกษตรกลายเป็นแหล่งชุมชน พื้นที่พรุ พื้นที่การเกษตรพื้นที่อุตสาหกรรมและป่าชายเลน ป่าพรุ แหล่งน้ำจืด และทะเลสาบ รวมทั้งมีมรดกทางวัฒนธรรมทั้งที่เป็นโบราณสถาน โบราณวัตถุ มีประวัติศาสตร์และการตั้งถิ่นฐานของชุมชนมายาวนาน บรรพชนในอดีตได้สร้างสรรค์และสืบทอดต่อกันมารุ่นต่อรุ่นจวบจนถึงผู้คนในยุคปัจจุบัน จึงมีการสั่งสมวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่องหลายยุคหลายสมัยที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชน ศิลปวัฒนธรรม การเกื้อกูลของผู้คน อย่างไรก็ตาม ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ก็ยังมีประเด็นปัญหาสำคัญที่เป็นจุดอ่อน ทั้งความเสี่ยงจากการเกิดภัยพิบัติ การกัดเซาะของชายฝั่ง ภาวะภัยแล้ง ปัญหาการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ หลายแห่งที่ยังไม่ได้มาตรฐาน ขาดการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน ขาดการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น การประกาศพื้นที่พิเศษ จึงสามารถระดมความร่วมมือในภารกิจจากหน่วยงานในการแก้ไขปัญหา และประสานความร่วมมือกันเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว นอกจากนี้ อพท. จะเข้ามาร่วมพัฒนาเพื่อยกระดับและเพิ่มมูลค่ากิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่มีคุณภาพมาตรฐาน โดยใช้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เป็นกลไกในการขับเคลื่อนและนำไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ร่วมกัน ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มอบหมายนโยบายให้ พท. มีเป้าหมายการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการจะพัฒนาการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มรายได้และกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนท้องถิ่น เมื่อประกาศพื้นที่พิเศษแล้ว อพท. จะเข้ามาทำหน้าที่ประสานความร่วมมือกับทุกภาคี เข้ามามีส่วนร่วม และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับพื้นที่พิเศษ โดยวัตถุประสงค์ในการประกาศพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา จะก่อให้เกิดประโยชน์สำหรับการพัฒนาพื้นที่ด้านต่าง ๆ ดังนี้ (1) การพัฒนาด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ของชุมชนอย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ให้เกิดความเสียหายแก่แหล่งท่องเที่ยวของชุมชน (2) การพัฒนาการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ความหลากหลายของศิลปวัฒนธรรมความหลากหลายของชาติพันธุ์ ที่มีอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัด เป็นพหุสังคมวัฒนธรรม ซึ่งถือเป็นจุดขายของการท่องเที่ยวในพื้นที่แห่งนี้ เกิดการอนุรักษ์และถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่นถือเป็นสิ่งสำคัญที่ ทำให้ศิลปวัฒนธรรมอันงดงามนั้นคงอยู่สืบไป (3) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การส่งเสริมพัฒนาเยาวชนในการเป็นมัคคุเทศก์ก็ท้องถิ่นถือเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของท้องถิ่นอย่างยั่งยืน การค้นหาปราชญ์ชาวบ้านด้านต่างๆเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เฉพาะท้องถิ่นให้กับชุมชนท้องถิ่น การสืบสานภูมิปัญญาชาวบ้านด้านต่างๆ ไม่ให้สูญหาย พัฒนา และต่อยอดองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน (4) การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนเสริมสร้างคุณภาพชีวิต ส่งเสริมชุมชนท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ ตามแนวทางเศรษธูกิจพอเพียง ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ นำทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ของชุมชนที่มีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของนักท่องเที่ยวและตลาดต่อไป (5) การพัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็ง การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนด้วยความสามัคคี การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ถือเป็นจุดเด่นของสังคมไทย ปัจจุบันโลกที่หมุนไปตามกระแสของเทคโนโลยี อาจจะทำให้ชุมชนท้องถิ่นหลงลืมความเป็นพี่เป็นน้องของคนในชุมชน การที่ชุมชนท้องถิ่นได้มีโอกาสดำเนินกิจกรรมเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นร่วมกัน ถือเป็นโอกาสในการฟื้นฟูความสามัคคีของชุมชนอีกครั้ง