“โครงการแลนด์บริดจ์ เชื่อมภูมิภาคเข้าด้วยกัน ระหว่างสองชายฝั่ง เราเป็นประเทศด้ามขวาน แบ่งสองชายฝั่งได้ การทำมาค้าขาย ขนส่ง นำเข้า สินค้า เข้าออก ไปยังภุมิภาคต่างๆ มันทำได้ ถ้าเราเชื่อม 2 ฝั่งทะเลนี้ได้ เราจะได้เปรียบ ในเรื่องการค้าการลงทุนและเรื่องเศรษฐกิจ เราจะทำโครงการ แลนด์บริดจ์ เชื่อม ชายฝั่งระหว่างชุมพร ระนอง แล้วมันจะมีท่าเรือ สินค้าตะวันตกขึ้นระนอง แก๊สนำมัน สินค้า คาร์โก้ ถ้าจะไปทางทะเลจินใต้ ก็ทำได้ แลนด์บริดจ์จะช่วยลดระยะเลบาให้สั้นลง เกือบ 1 สัปดาห์ สร้างความสามารถในการแข่งขัน เมื่อก่อนเราพูดเรื่องการคอคอดกระ แต่มีปัญหาเรื่องความมั่นคง เกิดความความอ่อนไหว มีค่าใช้จ่ายมาก แต่เมื่อวันนี้ เรามีระบบลอว์จิสติก มันต้องปรับจากการขุดคลอง มาเป็นระบบขนส่ง ทางรถ ทางราง ขึ้นจากทะเล สู่พื้นดิน แล้วไปยังชายฝั่ง เชื่อม 2 ชายฝั่ง มันจะเป็นประโยชน์มหาศาล”
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า แลนดืบริดจืจะช่วยยกระดับภาคอุตสาหกรรมให้เกิดขึ้นในประเทศไทย โมเดลเดียวกับอิสเทิร์น ซีบอร์ด ถึงเวลาแล้วที่ต้องกล้าคิด กล้าทำ และต้องทำใหญ่ ทำจริง โครงการขนาดนี้ สร้างความเปลี่ยนแปลงแน่นอน และอย่าไปคาดหวังว่าจะลงทุนกับใคร ถ้าเป็นไปได้ ขอให้เรายืนได้ด้วยขาของตัวเองดีที่สุด เพื่อลดปัจจัยแทรกซ้อน
“มันเป็นการดึงดูดการลงทุน เราจะทำให้ทุกอย่างที่เข้ามาอาเซียนต้องผ่านไทย ให้ไทยเป็นประตูสู่อาเซียน ประเทศไทย จะมีระบบลอว์จิสติกที่ส่งไปยังที่หมายโดยเร็ว ด้วยระบบขนส่ง ทางถนน ทางรถไฟต่างๆ อย่าลืมว่า ยุคคนี้เป็นยุคอีโคโนมี ออฟ สปีด ไปถึงก่อน มันก็สดกว่า ดีกว่า โครงการนี้ ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่มันใหญ่โต และจะพลิกให้เราเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจของภูมิภาค”
