16 สิงหาคม 2566 เวลา 19:00
“ณัฏฐ์ชนน” แนะ “กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร” ต้องมีการปรับแก้เพื่อให้ชาวเกษตรกร ชาวไร่ ชาวสวน สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น
16 สิงหาคม 2566 นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต 7 อภิปรายรับทราบรายงานการเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร โดยนายณัฏฐ์ชนน ได้กล่าวว่า มีคำถามจากเกษตรกรว่า ได้ประโยชน์อะไรจากกองทุนนี้ งบประมาณจากรัฐบาลโดยผ่านกระทรวงการคลังปีละเท่าไหร่
สำหรับกองทุนนี้มีมานานแล้วตั้งแต่ปี 2517 สมัยท่านอาจารย์สัญญาธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี และได้แถลงนโยบายในสภาผู้แทน เป็นระยะเวลา 49 ปีแล้ว วันนี้เราใช้กฎหมายพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรปี 2554 หลายปีที่ผ่านมามีความล้าสมัยของกฎหมาย เพราะฉะนั้นเราเสนอให้มีการแก้กฎหมายกองทุนนี้ในอนาคตให้ทันกับเหตุการณ์

โดยผู้ชี้แจงได้กล่าวว่า กองทุนนี้มีเป้าหมายเพื่อทุนหมุนเวียนให้กับเกษตรกรสังกัดกระทรวงและสหกรณ์ ปรากฏว่าปี 2564 ตามเอกสารฉบับนี้ได้รับงบประมาณ 734 ล้านบาท เป็นงบลงทุน 2.7 ล้านบาท งบประจำ 700 กว่าล้านบาท นี่ก็คือสิ่งที่ท่านได้ชี้แจง ภารกิจส่วนใหญ่เป็นเรื่องของดอกเบี้ยที่ให้เกษตรกรได้กู้ยืม ซึ่ง สส.หลายคน ยังสงสัยว่า กองทุนนี้ คืออะไร เกี่ยวกับการยางหรือเปล่า เกี่ยวกับกองทุนเกษตรกรหรือเปล่า วันนี้ต้องเคลียร์ให้ชัด โดยพี่น้องเกษตรกรถามว่า
ข้อที่ 1 ท่านผู้มาชี้แจงกลุ่มเกษตรกรไม่ผ่านมาตรฐาน ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนของกองทุนได้ เพราะกลุ่มเกษตรกรที่ตั้งขึ้นมา อยู่ๆ ท่านจะไปขอเงินจากกองทุนนี้ไม่ได้ เพราะมีข้อกำหนดว่าต้องตั้งไว้ไม่ต่ำกว่า 2 ปี เพราะฉะนั้นเกษตรกรจับกลุ่มตั้งกองทุนเพื่อจะเริ่มทำธุรกิจไม่สามารถทำได้ ต้องรอให้ครบ 2 ปี เมื่อครบ 2 ปี เงินเหล่านี้ไม่จำเป็นเพราะฉะนั้นฝากกองทุนนี้ไปพิจารณาระยะเวลา 2 ปีที่ท่านกำหนด นานเกินไปสำหรับเกษตรกร
ลำดับที่ 2 มีการบอกว่าต้องผ่านมาตรฐานของสหกรณ์ 5 ข้อ ซึ่งเป็นรายละเอียดที่กลุ่มเกษตรกรตั้งขึ้น และไม่สามารถที่จะไปขอกองทุนได้รวดเร็ว และทันใจ สิ่งที่สำคัญที่สุด ระยะเวลาในการปล่อยกู้กองทุนสงเคราะห์น้อยเกินไป ไม่เหมาะสมกับการประกอบอาชีพ โดยกองทุนนี้ได้เงินจากรัฐบาลให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กู้ 5 ปี ไม่ว่าจะเป็นกรมประมง กรมปศุสัตว์ และกรมอื่นๆ ตามที่ท่านชี้แจง เอาเงินของรัฐบาล ให้หน่วยงานของรัฐกู้เป็นระยะเวลา 5 ปี แต่หน่วยงานของรัฐที่ท่านให้กู้ไปให้เกษตรกรปีต่อปี นี่ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้น
ลำดับที่ 3 เรื่องการค้ำประกันเงินกู้ เมื่อกองทุนนี้จะให้เกษตรกรกู้ จะต้องมีการค้ำ ให้สหกรณ์ให้สมาชิกที่เป็นกรรมการไปกู้เซ็นทั้งหมด เพราะฉะนั้นวาระของสหกรณ์ต่างๆ 2 ปี แต่ในการค้ำประกันเงินกู้เหล่านี้ต้องรับภาระหลังจากหมดวาระแล้ว ปรากฏว่ากรรมการส่วนใหญ่ไม่ว่าเป็นกรรมการสหกรณ์ กรรมการอาชีพอื่นๆ ไม่สามารถจะไปกู้ได้
เพราะเขาไม่อยากลงนาม เพราะลงนามแล้วจะติดตัวเขาไปด้วย เพราะฉะนั้นเงินก็ไม่สามารถจะไปกู้จากกองทุนท่านได้ และสิ่งที่สำคัญสมาชิกในกองทุนเหล่านี้สมาชิกในกลุ่มก็ไม่สามารถได้เงินมา นี่ก็คือหลักเกณฑ์ที่ตั้งไว้เป็นกำแพง

ลำดับที่ 4 คือกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยาง กลุ่มเกษตรกรชาวไร่อ้อย ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนของกองทุนนี้ได้ เพราะฉะนั้นกองทุนนี้ดอกเบี้ย 0% แต่พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ไปกู้กับกองทุนอื่นหน่วยงานของรัฐ 2% ชาวไร่อ้อยไปกู้ 2% แต่หน่วยงานของท่าน 0% แต่พวกผมไม่สามารถจะเข้าถึงแหล่งเงินทุนของกองทุนท่านได้
ลำดับที่ 5 เกษตรกรบอกว่าอยากให้กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ช่วยเหลือในเรื่องภัยพิบัติ สวัสดิการเกี่ยวกับเรื่องของเกษตรกรคล้ายกับประกันสังคมของพี่น้องแรงงาน นี่คือสิ่งที่พี่น้องเกษตรกรอยากให้ท่านเข้ามาช่วยเหลือ
ลำดับที่ 6 ขอให้ปรับปรุงพ.ร.บ.กองทุนฉบับนี้ปี 2554 เหมือนที่ได้กล่าวให้คล้ายกับสถาบันการเงิน เพราะหน่วยงานที่รับเงินไปจากท่านไม่สามารถจะไปเรียกเก็บจากคนที่มากู้ได้ เพราะไม่มีอำนาจ ไม่มีพนักงาน และนี่ก็คือสิ่งที่จะฝากกองทุนเกษตรกรว่าสิ่งเหล่านี้คือเสียงสะท้อนจากชาวสวน และพี่น้องเกษตรกร หวังเป็นอย่างยิ่งว่านี่คือสิ่งที่จะต้องไปปรับปรุงในอนาคต นายณัฏฐ์ชนน กล่าวทิ้งท้าย
