“สส.คงกฤษ” อภิปรายแผนการปฏิรูปประเทศปี 2565 ด้านเศรษฐกิจ วอน สภาพัฒน์ พิจารณาเรื่องโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทั้งฝั่งอันดามัน-อ่าวไทย เพื่อต่อยอดปฏิรูปประเทศในด้านเศรษฐกิจ

“สส.คงกฤษ” อภิปรายแผนการปฏิรูปประเทศปี 2565 ด้านเศรษฐกิจ วอน สภาพัฒน์ พิจารณาเรื่องโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทั้งฝั่งอันดามัน-อ่าวไทย เพื่อต่อยอดปฏิรูปประเทศในด้านเศรษฐกิจ

17 สิงหาคม 2566 นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย อภิปรายรับทราบผลการดำเนินการแผนการปฏิรูปประเทศปี 2565 โดยได้อภิปรายในด้านเศรษฐกิจ ซึ่งมีการดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมายที่มีการกำหนดให้มีการขจัดอุปสรรค และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อให้ประเทศชาติและประชาชนได้รับประโยชน์จากการเข้าร่วมกลุ่มเศรษฐกิจต่างๆ อย่างยั่งยืน โดยนายคงกฤษ กล่าวถึงสมัยที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารท้องถิ่น มีคณะของครม.สัญจรชุมพร และระนองลงไปเมื่อวันที่ 20-21 สิงหาคม 2561 ไปดูเกี่ยวกับท่าเทียบเรือของฝั่งจังหวัดระนอง หรืออันดามัน ซึ่งเป็นท่าเทียบเรืออเนกประสงค์ โดยท่าเทียบเรือนนี้ได้ก่อสร้างมาอย่างยาวนาน แต่ก็ยังไม่มีการปฏิรูป ยังไม่มีการก่อสร้างให้มีผลประโยชน์กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดระนอง ได้แค่เฉพาะการเข้ามาขนส่งสินค้าในระดับกลาง หลังจากนั้นในยุครัฐบาลของทางท่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยในกระทรวงคมนาคม โดยท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ซึ่งท่านได้เล็งเห็นถึงความตั้งใจถึงแนวทางว่าวันนี้ในด้านเศรษฐกิจที่จะพัฒนาเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน ให้มีความเจริญและมีความทัดเทียมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบโลจิสติกส์ จึงมีโครงการแลนด์บริดจ์เกิดขึ้น เป็นการก่อสร้างท่าเทียบเรือสองฝั่งอันดามัน และอ่าวไทย ซึ่งใช้ระยะการก่อสร้างทางประมาณ 89.35 กิโลเมตร ประกอบด้วยทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หรือมอเตอร์เวย์ ทางรถไฟ ระบบการขนส่งทางท่อ และถนนบริการ เป็นทางระดับพื้นทางยกระดับและอุโมงค์ในช่วงพื้นที่ของภูเขา ทั้งนี้ฝากถึงสภาพัฒน์ ในเรื่องเกี่ยวกับระบบโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะอย่างยิ่งเศรษฐกิจของทางภาคใต้ คือ SEC กลุ่มจังหวัดของภาคใต้ทั้งหมดจะได้ประโยชน์จากด้านเศรษฐกิจด้านนี้ จะมีแลนด์บริดจ์ที่การก่อสร้างทำออกมาแล้วผลประโยชน์ที่จะได้รับกลับมา ประกอบด้วย การพัฒนาท่าเทียบเรือน้ำลึก 2 แห่ง ทั้งในฝั่งอ่าวไทย และอันดามัน การเชื่อมต่อทางเรือทั้ง 2 แห่ง และการพัฒนาพื้นที่หลังท่า ซึ่งเป็นการได้เปรียบของเชิงยุทธศาสาตร์ และไทยจะได้เป็นจุดศูนย์กลางของอาเซียน ช่วยลดระยะทาง และลดเวลาการขนส่งได้ถึง 4 วันเต็ม อย่างไรก็ตาม ในวันนี้มี สนข. ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นที่จ.ระนอง และ จ.ชุมพร ในวันที่ 16-18 ส.ค. นี้ จึงฝากถึงทางสภาพัฒน์ให้นำเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน หรือระบบการขนส่งทั้งสองฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทยช่วยพิจารณาต่อยอดในเกี่ยวกับปฏิรูปประเทศในด้านเศรษฐกิจต่อไป