“สส.คงกฤษ” ชื่นชมโครงการ EEC มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอให้พัฒนาต่อยอดทำคู่ขนานไปพร้อมกับ SEC เพื่อเป็นรากฐานการพัฒนาของประเทศ

“สส.คงกฤษ” ชื่นชมโครงการ EEC มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอให้พัฒนาต่อยอดทำคู่ขนานไปพร้อมกับ SEC เพื่อเป็นรากฐานการพัฒนาของประเทศ

“สส.คงกฤษ” ชื่นชมโครงการ EEC มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอให้พัฒนาต่อยอดทำคู่ขนานไปพร้อมกับ SEC เพื่อเป็นรากฐานการพัฒนาของประเทศ และสามารถที่จะเจริญเติบโตไปในทางด้านเศรษฐกิจได้ อีกทั้งยังมีการจ้างงาน และสร้างรายได้ให้กับ ปชช. ในพื้นที่ 24 สิงหาคม 2566 นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย อภิปรายรับทราบรายงานของสำนักงาน คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ในการประชุมสภา ครั้งที่ 10 โดยนายคงกฤษ ได้กล่าวอภิปรายว่า EEC ถือว่าเป็นเศรษฐกิจพิเศษของภาคตะวันออก ที่เข้มแข็งแล้วก็เป็นรากฐานการพัฒนาของประเทศ และสามารถที่จะเจริญเติบโตไปในทางด้านเศรษฐกิจได้ และมีความเข้มแข็งนับตั้งแต่การลงทุน ในยุคอีสเทิร์นซีบอร์ด ที่เปลี่ยนโฉมจากสังคมเกษตรกรรม เป็นระบบอุตสาหกรรม และพัฒนามาสู่โครงการเขตพัฒนาพิเศษตะวันออกหรือ EEC ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลทางตะวันออก วันนี้ EEC ถือว่าได้ทำโครงการต่างๆ ที่เกิดขึ้น เป็นรูปประธรรม แต่ก็ยังไม่ 100% โครงการเขตพัฒนาพิเศษ ของ EEC เป็นการลงทุนขนาดใหญ่ เป็นการยกระดับการพัฒนาประเทศ ประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา- ชลบุรี-ระยอง อีกทั้งยังเป็นการกำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมาย ในการส่งเสริมการลงทุน และโครงสร้างพื้นฐาน และสาธารณูปโภคตามที่เลขา EEC ได้นำเรียนและชี้แจงโดยจุดประสงค์การจัดทำแผนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ของคณะกรรมการนโยบาย ซึ่งมีการประชุมครั้งแรกปี 2560 มี ด้วยกัน 8 แผนประกอบด้วย
  1. แผนปฏิบัติการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
  2. แผนปฏิบัติการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย
  3. แผนปฏิบัติการพัฒนาบุคลากรการศึกษาการวิจัยและเทคโนโลยี
  4. แผนปฏิบัติการ การพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว
  5. แผนปฏิบัติการการพัฒนา เมืองใหม่และชุมชน
  6. แผนปฏิบัติการพัฒนาส่วนกลางธุรกิจและส่วนกลางการเงิน
  7. แผนปฏิบัติการการประชาสัมพันธ์และการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการกับประชาชน
  8. แผนปฏิบัติการการเกษตรชลประทานและสิ่งแวดล้อม
นายคงกฤษ ได้อภิปรายต่อว่า จากปี 2560 จนถึง 2565 ผ่านไปแล้ว 5 ปี เป็นแผนพัฒนาภาพรวมของ EEC มีทั้งหมด 6 ด้าน ที่ผ่านมา 5 ปีได้ดำเนินการอะไรมาบ้าง และมีความสอดคล้องกับปี 2560 เพียงใด จึงขอชื่นชมทาง EEC ที่ได้เห็นเกี่ยวกับเรื่อง พ.ร.บ. EEC ที่สำคัญเมื่อปี 2561 เกิดขึ้น ที่สำคัญเป็นการพัฒนาทักษะบุคลากรตามแนวทางของ EEC Model เป็นเป้าหมายของเยาวชน และ ประชาชนที่จะทำให้มีรายได้ มีหน้าที่การงาน มีการจ้างงาน สำหรับโครงการ SEC ซึ่งในกลุ่มของจังหวัดภาคใต้ คือจังหวัดชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช และยังมีจังหวัดใกล้เคียงของภาคใต้ทั้งหมด 14 จังหวัด SEC จะต้องเชื่อมต่อกับ EEC เพื่อประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในด้านเศรษฐกิจการขนส่งระเบียงเศรษฐกิจพิเศษตะวันออกเชื่อมโยงกับระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ โดยแนวกรอบของ การพัฒนา SEC ประกอบด้วย 1) การพัฒนาประตูการค้าฝั่งตะวันตก 2) การพัฒนาประตูการท่องเที่ยวอ่าวไทยและอันดามัน 3) การพัฒนาอุตสาหกรรมฐานชีวภาพ และการแปรรูปการเกษตรมูลค่าสูง และ 4) การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรม นายคงกฤษ ได้กล่าวอภิปรายต่อว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รวมถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นผู้ผลักดันให้มีโครงการ SEC เกิดขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับโครงการ Land Bridge ที่เกิดขึ้น ซึ่งวันนี้สนข.ได้จัดเวทีประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อกำหนดขอบเขต และแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเมื่อวันที่ 16-17-18 ส.ค. ที่จ.ระนอง และ จ ชุมพร และในช่วงเดือนกันยายน จะลงพื้นที่อีกเพื่อไปรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับเส้นทางการศึกษาผลกระทบไม่ว่าจะเป็นทางรถไฟ หรือทางรถยนต์นี่คือสิ่งหนึ่งที่จะตอบโจทย์ได้ว่าวันนี้ EEC  จะต้องเดินคู่ขนานกับ SEC ต่อไป อย่างไรก็ดี แลนด์บริดจะเกิดขึ้นได้ประสบความสำเร็จได้ เพราะว่า จะเป็นฮับทางเศรษฐกิจและเป็นภูมิภาคในการขนส่งที่สำคัญของอาเซียนต่อไป จึงอยากจะฝากผ่านทางท่านเลขา EEC นำสิ่งดีๆ จากที่ได้ทำรายงานในเล่มนี้ต่อยอดให้กับพี่น้องประชาชนภาคใต้ 14 จังหวัด และอาจจะถึงระดับอาเซียนด้วย นายคงกฤษ กล่าวทิ้งท้าย.