“สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์” อภิปรายรับทราบรายงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานปี 64

“สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์” อภิปรายรับทราบรายงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานปี 64

วันที่ 31 สิงหาคม 2566 นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายรับทราบรายงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ปี 64 โดยนายสัมฤทธิ์ ได้กล่าวถึง ได้อภิปรายในประเด็นเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ กกพ. ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการพลังงานของเอกชน โดยขอให้ กกพ. ดำเนินการตรวจสอบการประกอบกิจการพลังงานของบริษัทเอกชนผู้รับใบอนุญาตพลังงานลมที่จังหวัดชัยภูมิ เนื่องจากพบว่ามีช่องว่างทางกฎหมายที่อาจทำให้ท้องถิ่นไม่สามารถจัดเก็บภาษีจากการก่อสร้างกังหันลมได้ ที่ผ่านมา บริษัทเอกชนผู้รับใบอนุญาตพลังงานลมมักแจ้งต่อที่ประชุมประชาคมว่า หากมีการก่อสร้างกังหันลมแล้ว ท้องถิ่นจะสามารถจัดเก็บภาษีได้ประมาณ 1 แสนบาทต่อต้นต่อปี จึงทำให้ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ยกมือเห็นชอบให้ก่อสร้าง ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติโรงเรือน และที่ดิน พ.ศ. 2522 อย่างไรก็ตาม พระราชบัญญัติที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ฉบับใหม่ ได้มีคู่มือการจัดเก็บภาษีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระบุว่ากังหันลมเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ต้องชำระภาษี ทำให้ในปัจจุบันท้องถิ่น เทศบาล อบต. ไม่สามารถจัดเก็บภาษีจากการก่อสร้างกังหันลมได้อีกต่อไป นายสัมฤทธิ์ กล่าวขณะนี้มีใบอนุญาตก่อสร้างกังหันลมในจังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก ซึ่งนายสัมฤทธิ์ ชี้แจงว่า ส่วนใหญ่ได้รับอนุญาตในช่วงปลายปี 2564 โดยไม่มีการทำประชาคมเพิ่มเติมแต่อย่างใด และใช้มติประชาคมในการดำเนินงานที่เกิดขึ้นก่อนกฎหมายฉบับใหม่จะบังคับใช้ จนได้ตั้งข้อสังเกตว่า มติประชาคมดังกล่าวอาจไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากประชาชนได้รับข้อมูลว่าจะได้รับภาษีจากการก่อสร้างกังหันลม หากมติดังกล่าวเป็นโมฆะ จะทำให้ท้องถิ่นไม่สามารถจัดเก็บภาษีจากการก่อสร้างกังหันลมได้ ทำให้ท้องถิ่นสูญเสียรายได้เป็นจำนวนมาก   นอกจากนี้ ขณะนี้นายกเทศมนตรีและนายกองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ได้รับผลกระทบ ได้ปรึกษาหารือกับตนเพื่อเตรียมนำเรื่องดังกล่าวส่งให้ศาลปกครองพิจารณาวินิจฉัย   กกพ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลการประกอบกิจการพลังงานมีหน้าที่ตรวจสอบการประกอบกิจการพลังงานของบริษัทเอกชนผู้รับใบอนุญาตอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับท้องถิ่นที่อาจได้รับผลกระทบจากการประกอบกิจการพลังงาน กกพ. ควรพิจารณาดำเนินการตรวจสอบการประกอบกิจการพลังงานของบริษัทเอกชนผู้รับใบอนุญาตพลังงานลมอย่างเร่งด่วน เพื่อหาข้อเท็จจริงและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเหมาะสม รวมถึงพิจารณาแนวทางในการแก้ไขช่องว่างทางกฎหมายดังกล่าว เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อท้องถิ่นในระยะยาว นายสัมฤทธิ์ กล่าว.