“สส.ซาการียา สะอิ” อภิปราย หนุน นโยบายการศึกษาที่สานต่อ ธนาคารหน่วยกิต เครดิตแบงก์ การศึกษาคือหัวใจ ของการพัฒนาคน "Lifelong Learning"

“สส.ซาการียา สะอิ” อภิปราย หนุน นโยบายการศึกษาที่สานต่อ ธนาคารหน่วยกิต เครดิตแบงก์ การศึกษาคือหัวใจ ของการพัฒนาคน "Lifelong Learning"

วันที่ 11 กันยายน 2566 นายซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส เขต 4 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายสนับสนุนนโยบายธนาคารหน่วยกิต อีกทั้งแถลงถึงปัญหาความยากจน ต่อรัฐสภา และ อภิปรายนโยบายตามมาตรา 162 โดยกล่าวขอบคุณคณะรัฐมนตรีชุดนี้ที่ให้ความสำคัญกับการศึกษา และได้ขอสนับสนุนนโยบายธนาคารหน่วยกิต ซึ่งมีความสำคัญ และควรดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องปรับให้เหมาะสมกับสภาพปัญหาในปัจจุบัน ในข้อจำกัดของการศึกษาแบ่งออกเป็น 3 ระบบ ได้แก่ ระบบการศึกษาในโรงเรียน ระบบการศึกษานอกโรงเรียน และระบบการศึกษาตามอัธยาศัย หลักของปัจจัยเหล่านี้คือการเรียนที่ไม่มีความยืดหยุ่น และไม่สามารถเลือกเรียนหรือจัดตารางเรียนได้ด้วยตนเอง ธนาคารหน่วยกิตจึงอาจเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยให้ระบบการเรียนการสอนมีคุณภาพ มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ สำหรับการเรียนนี้สามารถออกแบบการเรียนได้เองโดยไม่ต้องมีระยะเวลาเป็นตัวกำหนด ส่วนเรื่องปัญหาความยากจน และเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยอ้างอิงสถิติจากสภาพัฒน์ประจำปี 2563 พบว่า มีนักศึกษาเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาเพียง 28.4% และมีนักเรียนยากจนเพียง 7.7% เท่านั้นที่สามารถเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาได้ ส่วนจำนวนนักเรียนยากจนพิเศษมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 990,000 คนในปี 2563 เป็น 1,300,000 คนในปี 2565 แนวทางในการแก้ไขปัญหาความยากจนและเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยเห็นว่าธนาคารหน่วยกิตที่เด็ก สามารถเรียนตามศักยภาพและเหมาะสมกับตัวเองได้ ในขณะที่ก็ยังสามารถดูแลครอบครัวไปด้วย โดยบางคนมีความสามารถมาก ทั้งมัธยมควบคู่ไปกับการเรียนปริญญาตรีได้ จบเร็วกว่าปกติและมีโอกาสเข้าสู่ตลาดแรงงานได้เร็ว ดังนั้น ธนาคารหน่วยกิตจึงเป็นเครื่องมือที่จะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนนำความรู้และทักษะ ประสบการณ์ทำงาน การฝึกอบรม การสะสมหน่วยกิตไปเทียบโอนไปเป็นคุณวุฒิ สร้างความยืดหยุ่นในการเลือกเรียน เพื่อตอบโจทย์ตนเองให้ได้มากที่สุด นายซาการียา กล่าว.