ส่วนในทางแก้ไขได้เสนอต่อหน้ารัฐสภาดังนี้
1.ควรปรับปรุงเกณฑ์วัดผลคะแนนให้สอดคล้องกับท้องถิ่นและความต้องการ สร้างงานตามหลักสูตรอาชีพให้มากขึ้น
2.ให้ชี้แนะแนวทาง และวัดความถนัดความต้องการนักเรียนในท้องถิ่น เพื่อให้นักเรียนเข้าใจในความสำคัญของการเรียนรู้ว่ามีประโยชน์ในชีวิตจริงได้อย่างไร
3.ค้นหาวิธีที่ดี ทันสมัย และมีความยืดหยุ่นเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและสังคม เพื่อทำให้เยาวชนค้นพบตัวเองให้เหมาะสมกับความถนัด ศักยภาพ และความจำเป็นของตนเองและครอบครัว
4.ส่งเสริมการเรียนในสายอื่นๆ ของรัฐบาลทั้งเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ เพื่อให้เด็กนักเรียนนักศึกษาที่มีความถนัดโดดเด่น ที่แตกต่างกันไป เข้าใจจุดศักยภาพที่มี สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ส่งผลให้เกิดภาพลักษณ์ใหม่ที่ดียิ่งขึ้น
5.มีหลักสูตรการเรียนการสอนที่ตรงเป้าหมายโดยความร่วมมือกับภาคธุรกิจเอกชน โดยรัฐต้องเป็นผู้ที่จับคู่กับคนที่ต้องการทำงานกับบริษัทที่ต้องการคนมาทำงานพบกันให้ได้ง่ายขึ้น
ทั้งนี้เพื่อให้เด็กไทยเติบโตเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพและสร้างสรรค์ สามารถนำพาประเทศชาติไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน นางปทิดา กล่าว.
