12 กันยายน 2566 เวลา 17:43
"สส.ษฐา ขาวขำ" นโยบายเร่งด่วนลำดับแรก "หนี้นอกระบบ" ปัญหาวิกฤติที่ต้องรีบแก้ไข อย่างจริงจังและเร่งด่วน
"สส.ษฐา ขาวขำ" นโยบายเร่งด่วนลำดับแรก "หนี้นอกระบบ" ปัญหาวิกฤติที่ต้องรีบแก้ไข อย่างจริงจังและเร่งด่วน
วันที่ 12 กันยายน 2566 นายษฐา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช เขตเลือกตั้งที7 พรรคภูมิใจไทย ได้อภิปรายการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน ในแถลงนโยบาย ต่อหน้ารัฐสภา ตามมาตรา162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

นายษฐา กล่าวว่าสถานการณ์หนี้สินครัวเรือนของประเทศไทยยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นจุดเปราะบางที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจ การเงิน และสังคม และยังคงเป็นเรื่องที่ต้องมีการกล่าวย้ำกันอยู่ เพราะพี่น้องประชาชนมีความคาดหวังกับนโยบายที่เป็นรูปธรรมในการจัดการปัญหาดังกล่าว เนื่องจากหนี้สินครัวเรือนซึ่งยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากไม่สามารถชำระหนี้ ดอกเบี้ย เงินต้นได้บางส่วน ทำให้ตกอยู่ในวังวนของการเป็นหนี้ยากที่จะแก้ไขเยียวยา
แต่ในในรัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญแก้ไขปัญหาหนี้สิน ทั้งในภาคธุรกิจ ภาคเกษตร และภาคประชาชน ซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนในลำดับแรกประกอบด้วย การพักชำระหนี้ของเกษตรกร มาตรการช่วยประคองผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19เพื่อให้มีโอกาสฟื้นตัวและกลับมาดำเนินธุรกิจได้อีก ครั้ง รวมทั้งมาตรการในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของกลุ่มอื่นๆ

ในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของกลุ่มอื่นๆ นายษฐากล่าวว่า กลุ่มของผู้ประกันตนตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2553 มาตรา 33 และมาตรา 39 ซึ่งจะมีลูกจ้าง พนักงานบริษัท หรือสถานประกอบการ และยังรวมถึงที่มี การแก้ไขเพิ่มเติม ตามมาตรา 40 ผู้มีอาชีพอิสระ เช่น พ่อค้าแม่ค้าฟรีแลนซ์ เน็ตไอดอล ไรเดอร์ แท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง และอื่นๆ ที่มีจำนวนประมาณ 25 ล้านคน
โดยบุคคลกลุ่มนี้จะได้รับการคุ้มครองจากกองทุนประกันสังคมอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น กรณีประสบอันตราย ,เจ็บป่วย ,ทุพพลภาพ ,เสียชีวิต ,คลอดบุตร ,สงเคราะห์บุตร ,ว่างงาน และชราภาพ สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากกองทุนประกันสังคม หรือกองทุนเงินทดแทนแล้วแต่กรณี และได้รับสิทธิ์ต่อเมื่อเกิดเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วเท่านั้น
จึงขอนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีได้โปรดพิจารณาช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานซึ่งเป็นผู้ประกันตนในการลดทอนภาระหนี้สิน จากเงินกู้นอกระบบที่เร่ร่อนมานาน ซึ่งจะเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับนโยบายเร่งด่วน และเป็นการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน รวมทั้งยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนให้ดียิ่งขึ้น นายษฐา กล่าว.