โดยนายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า จากรายงานการประเมินของผู้ตรวจเงินแผ่นดินประจำปี 2564 พบว่ากองทุนมีทรัพย์สิน 6,120 ล้านบาท รายได้ส่วนใหญ่มาจากรายได้จากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถ 1,290 ล้านบาท
รายงานการประเมินของผู้ตรวจเงินแผ่นดินมีข้อสังเกตที่สำคัญดังนี้
กองทุนควรเร่งรัดชำระหนี้จากลูกหนี้เลขทะเบียนประมูล เนื่องจากมีลูกหนี้จำนวนมากที่ค้างชำระ
กองทุนควรปรับปรุงระบบข้อมูลของลูกหนี้ให้ทันสมัย และทบทวนวิธีการทวงหนี้เพื่อประสิทธิภาพ
กองทุนควรทบทวนหลักเกณฑ์และกรอบเวลาในการพิจารณางบประมาณให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ สถิติอุบัติเหตุทางถนนของไทยในช่วง 10 ปีย้อนหลัง (2555-2566) มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยปีละประมาณ 19,733 คน โดยกลุ่มที่เสียชีวิตมากที่สุดคือผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ รองลงมาคือผู้สูงวัย และคนเดินเท้า และได้อภิปรายถึงกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ตรวจสอบการดำเนินงานของกองทุนฯ ในปี 2564 พบว่ากองทุนฯ มีรายได้หลักจากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถ ซึ่งมีผู้ค้างชำระจำนวนมาก กองทุนฯ ควรเร่งรัดการชำระหนี้และปรับปรุงระบบข้อมูลของลูกหนี้ให้มีประสิทธิภาพ
ในปี 2564 กองทุนฯ อนุมัติโครงการจำนวน 141 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 2,009 ล้านบาท แต่โครงการที่ดำเนินการได้จริงเพียง 74.79% ของงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติ กองทุนฯ ควรทบทวนหลักเกณฑ์และกรอบเวลาในการพิจารณางบประมาณให้เหมาะสม
ในปี 2564 กองทุนฯ ดำเนินการโครงการได้เพียง 59.65% ของโครงการทั้งหมด กองทุนฯ ควรเร่งรัดการดำเนินการโครงการให้แล้วเสร็จ และยกเลิกโครงการที่ไม่จำเป็น
สถิติอุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยปีละประมาณ 19,733 คน กลุ่มเสี่ยงที่เสียชีวิตสูง ได้แก่ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ผู้สูงวัย และคนเดินถนน
เป้าหมายของกองทุนฯ ในปี 2570 คือลดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเหลือ 12 คนต่อประชากร 100,000 คน แต่ในปี 2564 มีผู้เสียชีวิตจริง 25.9 คน มากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้
ส่วนในเรื่องแนวทางการแก้ไขได้กำชับถึง 1.การเร่งรัดการชำระหนี้และปรับปรุงระบบข้อมูลของลูกหนี้ให้มีประสิทธิภาพ 2.ทบทวนหลักเกณฑ์และกรอบเวลาในการพิจารณางบประมาณให้เหมาะสม 3.เร่งรัดการดำเนินการโครงการให้แล้วเสร็จ และยกเลิกโครงการที่ไม่จำเป็น
4.กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ผู้สูงวัย และคนเดินถนน อีกทั้งระบุว่า ทางกองทุนก็ต้องพิจารณาดำเนินการ จัดทำแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการระยะสั้นและระยะยาว เพื่อกำหนดเป้าหมายและแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน รวมทั้งประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการขนส่งทางบก ตำรวจ และหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อบูรณาการการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ตลอดจนประชาสัมพันธ์และสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความปลอดภัยทางถนนให้ประชาชนอย่างทั่วถึง นายณัฏฐ์ชนน กล่าว.
