“สส.นักพัฒนา สฤษดิ์ บุตรเนียร” เสนอญัตติด่วน เรื่องการแก้ไขปัญหาวิกฤติ "เอลนีโญ" ต้องอาศัยความร่วมมือ ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน ตั้งกรรมาธิการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง

“สส.นักพัฒนา สฤษดิ์ บุตรเนียร” เสนอญัตติด่วน เรื่องการแก้ไขปัญหาวิกฤติ "เอลนีโญ" ต้องอาศัยความร่วมมือ ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน ตั้งกรรมาธิการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง

วันที่ 20 กันยายน 2566 นายสฤษดิ์ บุตรเนียร  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปราจีนบุรี  เขต 3 พรรคภูมิใจไทย เสนอญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการกำหนดแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง  ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 15 ณ สัปปายะสภาสถาน โดยกล่าวว่า ประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้งมาอย่างต่อเนื่องทุกภาคของประเทศ ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ทางด้านการเกษตร การเลี้ยงสัตว์ และการเกษตรที่ต้องพึ่งพาน้ำจากธรรมชาติ อุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าในปี 2567 จะเกิดเอลนีโญ ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ภัยแล้งรุนแรงขึ้น สาเหตุของภัยแล้งมาจากหลายปัจจัย เช่น สภาพภูมิอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลง การใช้ทรัพยากรน้ำอย่างไม่ยั่งยืน สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่เสนอได้แก่ 1.การจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เพื่อศึกษาสาเหตุของภัยแล้ง ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อประเทศชาติ และแนวทางการแก้ไขปัญหา 2.การร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง 3.การสร้างองค์ความรู้ และนวัตกรรมในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง 4.การส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความเป็นไปได้และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแก้ไขปัญหาภัยแล้ง จะเป็นกลไกสำคัญในการรวบรวมข้อมูลและความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อนำมาพิจารณาจัดทำแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ยังเสริมถึงแนวทางที่ทางภาครัฐ ควรเร่งรัดและดำเนินการ เพื่อที่จะสามารถแก้ไข รับมือ กับภัยแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน คือ 1.เร่งรัดการจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน 2.สนับสนุนให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง 3. ส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนการปลูกพืชให้เหมาะสมกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง 4. พัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ 5. ปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำ ทั้งนี้นายสฤษดิ์ เห็นว่าญัตติและแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่เสนอแนะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งของประเทศ เชื่อว่าหากมีการร่วมมือกันของทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถแก้ไขปัญหาภัยแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ให้แก่ประชาชนได้.