โดยนายอดิพงษ์ กล่าวว่า จากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา ประเทศไทยอยู่ในสภาวะเอลนีโญกำลังอ่อน ซึ่งหมายความว่ามีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้น สอดคล้องกับปริมาณฝนสะสมของจังหวัดบุรีรัมย์ที่มีปริมาณฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติอยู่ 25 ถึง 30% ซึ่งใกล้เคียงกับฝนเฉลี่ยของปี 2561 และปี 2562 ที่เกิดวิกฤติน้ำประปาของจังหวัดบุรีรัมย์
แนวทางยุทธศาสตร์ในการป้องกันและบรรเทาภัยแล้งที่นายอดิพงษ์ ได้เสนอนั้น คือครอบคลุมทั้งระยะเร่งด่วน ระยะสั้นและระยะกลาง ซึ่งหากดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้บรรเทาปัญหาภัยแล้งและสร้างความมั่นคงด้านน้ำของประเทศไทยได้
1.ระยะเร่งด่วน ควรเร่งดำเนินการกักเก็บน้ำตามแหล่งน้ำชุมชนขนาดเล็กให้มากที่สุด และเติมน้ำเข้าอ่างเก็บน้ำที่จำเป็นในการอุปโภคบริโภค โดยอาจใช้วิธีผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่มาเติมในอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กในพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำ
2.ระยะสั้นและระยะกลาง ควรดำเนินการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีอยู่ โดยอาจใช้วิธีปรับปรุงฝายเดิมหรือแก้มลิงเดิม หรือจัดทำโครงการแก้มลิงบริเวณลุ่มน้ำริมน้ำพร้อมอาคารควบคุม
3.ระยะยาว ควรก่อสร้างประตูระบายน้ำในลุ่มน้ำหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและควบคุมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำให้เหมาะสมกับความต้องการใช้น้ำในแต่ละพื้นที่
นอกจากนี้ ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัดและคุ้มค่า เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง โดยอาจมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำ เช่น การรดน้ำพืชในเวลาที่เหมาะสม การเลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ เป็นต้น
อย่างไรก็ตามนายอดิพงษ์ เชื่อว่าหากทุกภาคส่วนร่วมมือกัน จะสามารถแก้ไขปัญหาภัยแล้งของประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งได้