รมต.สธ. พร้อมคณะ ให้การต้อนรับ นายกฯ ร่วมกิจกรรมจิตอาสา รพ.สงฆ์ ย้ำ รบ.ตั้งเป้ายกระดับบริการสาธารณสุข ดูแลทั้ง ปชช.และบุคลากรทางการแพทย์

รมต.สธ. พร้อมคณะ ให้การต้อนรับ นายกฯ ร่วมกิจกรรมจิตอาสา รพ.สงฆ์ ย้ำ รบ.ตั้งเป้ายกระดับบริการสาธารณสุข ดูแลทั้ง ปชช.และบุคลากรทางการแพทย์

วันนี้ (14 ส.ค.62) เวลา 14.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมการแพทย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงฆ์ และคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา ณ โรงพยาบาลสงฆ์ ถนนศรีอยุธยา กรุงเทพฯ ร่วมกิจกรรมจิตอาสาถวายพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้นเดินทางไปยังอาคาร 90 ปี สมเด็จย่า (ตึกผู้ป่วยนอก) โรงพยาบาลสงฆ์ โดยนายกรัฐมนตรีเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ถวายคำนับ แล้วเดินต่อไปยังวิหาร เพื่อนมัสการพระประธาน พร้อมถวายเครื่องไทยธรรมแก่คณะกรรมการสงฆ์บริหารโรงพยาบาล จำนวน 3 รูป โดยในโอกาสนี้ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงฆ์มอบพระพุทธรูปแก่นายกรัฐมนตรี ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมคณะ เดินออกจากวิหารไปยังอาคารกัลยาณิวัฒนา (ตึกผู้ป่วยใน) ขึ้นไปยังชั้น 6 หอผู้ป่วยโสตศอนาสิก และทันตกรรม, ชั้น 5 หอผู้ป่วยศัลยกรรมทั่วไป และศัลยกรรมกระดูก, ชั้น 4 หอผู้ป่วยอายุรกรรม 1 และ 3 ตามลำดับ เพื่อเยี่ยมพระสงฆ์อาพาธ โดยได้ถวายน้ำปานะแด่พระสงฆ์อาพาธ  แล้วเดินลงบันไดต่อไปยังชั้น 3 หน่วยอภิบาลคุณภาพชีวิต เพื่อเยี่ยมชมการอภิบาลคุณภาพชีวิตบั้นปลายของพระสงฆ์อาพาธ และหน่วยไตเทียมเพื่อเยี่ยมพระสงฆ์อาพาธที่มารับการรักษา แล้วนายกรัฐมนตรีและภริยา เดินต่อไปยังที่ทำการมูลนิธิโรงพยาบาลสงฆ์ เพื่อมอบเงินบริจาคให้แก่มูลนิธิฯ ก่อนเดินทางกลับ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวให้กำลังใจแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลว่า ขอให้ทุกคนทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อช่วยเหลือพระสงฆ์ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแห่งนี้ ซึ่งรัฐบาลมีเป้าหมายที่จะยกระดับการบริการสาธารณสุขให้ประชาชนได้รับความพึงพอใจและเข้าถึงประชาชนมากขึ้น รวมถึงการดูแลบุคคลากรทางการแพทย์ให้มีความพร้อม และมีผลตอบแทนเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อีกทั้งสร้างขวัญกำลังใจในการทำงานและช่วยเหลือดูแลประชาชนในด้านสาธารณสุขได้เป็นอย่างดี.