วันที่ 5 ตุลาคม 2566 นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุรินทร์ เขต 8 พรรคภูมิใจไทย ได้ขอเสนอญัตติด่วนเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการ ติดตามผลปัญหาที่อยู่อาศัยและทำประโยชน์ในที่ดิน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 20 ณ สัปปายะสภาสถาน

นางปทิดา กล่าวว่า สนับสนุนญัตติของเพื่อนสมาชิกทุกญัตติ และเห็นว่าปัญหาที่ดินทำกินเป็นปัญหาเรื้อรังที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง และได้ยกตัวอย่างกรณีของราษฎรในพื้นที่อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ในปี พ.ศ. 2519 ทางชายแดนไทยมีภัยสงคราม ทหารจึงอพยพราษฎรที่อยู่ตามชายแดนไปยังบริเวณบ้านตะเกาว์ หมู่ 3 บ้านผาชื่น หมู่ 10 บ้านตะเกาว์พัฒนา หมู่ 18 บ้านศรีประจันต์ หมู่ 11 และบ้านพระใบพาชื่น หมู่ 20 ในพื้นที่ตำบลกาบเชิง อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์
ราษฎรในพื้นที่ดังกล่าวได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากที่ดินทำกินอยู่ในครอบครอง แต่ถูกกำหนดให้เป็นเขตพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าทุ่งมนบักได ตาเบาแปลงที่ 3 แต่ทางราชการในขณะนั้นได้จัดสรรที่ดินทำกินให้กับผู้อพยพภัยสงครามโดยไม่ได้มีการออกเอกสารสิทธิ์ให้ รวมทั้งหมด 5 หมู่บ้าน เนื้อที่ทั้งหมด 3,500 ไร่ จนถึงปัจจุบันนี้สภาพป่าไม่มีหลงเหลืออยู่แล้ว
และควรมีการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินทับซ้อนกับเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยดำเนินการดังนี้
1.ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพพื้นที่จริงเพื่อแยกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติออกจากพื้นที่ทำกินของราษฎร
2.ดำเนินการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกินให้กับราษฎรในพื้นที่ที่ไม่ใช่ป่าสงวนแห่งชาติ
3.ควรมีการกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินทับซ้อนกับเขตป่าสงวนแห่งชาติอย่างเป็นระบบและชัดเจน
4.การมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ในการแก้ไขปัญหา
5.ควรมีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินทับซ้อนกับเขตป่าสงวนแห่งชาติ
ทั้งนี้ ปัญหาที่ดินทำกินทับซ้อนกับเขตป่าสงวนแห่งชาติเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงควรมีการบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ นางปทิดา กล่าวว่า
