18 ตุลาคม 2566 เวลา 22:33
“สส.สฤษฏ์พงษ์” เสนอ แต่งตั้งกรรมาธิการเพื่อที่จะศึกษาปัญหาการทำประมงทั้งระบบ ช่วยเหลือประมงไทยต้องแก้ พ.ร.บ.การประมงเพื่อให้พี่น้องชาวประมงสามารถประกอบอาชีพได้ตลอดไป
วันที่ 18 ตุลาคม 2566 นาย
สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย ได้อภิปรายการยื่นญัตติให้สภาฯ แต่งตั้งกรรมาธิการเพื่อที่จะศึกษาปัญหาการทำประมงทั้งระบบ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 23

โดยนายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวว่า ปัญหาประมงมีมานาน และเป็นปัญหาที่ค่อนข้างรุนแรง ตามพระราชบัญญัติในเรื่องของค่าปรับในปัจจุบันมีโทษปรับมากที่สุด มีโทษปรับถึงขนาดที่ผู้โดนปรับ ล้มละลาย ไม่เคยเห็นคดีแพ่ง ที่ในทางภาษากฎหมายเขาเรียกว่าเป็นคดีแพ่ง คดีอาญา คือคดีที่มีโทษจำคุก แต่พี่น้องที่ทำผิดกฎหมายประมงเป็นเหมือนทาสของ EU (European Union สหภาพยุโรป)
ปัจจุบันชาวประมงไทยทั้ง 22 จังหวัด ทั้งในภาคใต้ และภาคตะวันออก ตั้งแต่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี สงขลา ปัตตานี ทั้ง 2 ฝั่ง ทั้งอ่าวไทย และอันดามัน ต่างก็มีเรือที่ทำประมงทั้งนั้น ซึ่งฝั่งอ่าวไทยจะมากกว่าอันดามัน แต่ในขณะเดียวกันที่เรารับลูกมาจากในส่วนของEU กติกาของ IUU (Illegal. Unreported and Unregulated. Fishing : หรือการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม) ก็ดีที่เรามาออกกฎหมายตามเพื่อที่จะให้เป็นเมืองขึ้นทางด้านกฎหมายของอาชีพชาวประมงนั้น ทำให้น้ำตาพี่น้องชาวประมงหลายคนที่จะล้มเลิกอาชีพเป็นชาวประมงไปหลายคนด้วยกัน
การกระทำผิดกฎหมายประมงแล้วถูกยึดเรือ ยึดอวน ยึดเครื่องมือต่างๆ เขาคิดเทียบในขนาดของจำนวนเรือว่า เรือกว้างกี่เมตร ลูกเรือชาวประมงที่ทำอาชีพประมงกี่คน เวลามีค่าปรับก็ปรับคูณจำนวนหลายเท่าเข้าไป บางรายปรับถึง 3-4 ร้อยล้านบาท แล้วก็จับแรงงานต่างชาติเนรเทศกลับไปยังสู่ประเทศต้นสังกัดที่มา นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าว

นี่คือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการประมงในประเทศไทย ที่ส่งผลกระทบต่อชาวประมง และเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาการประมงในประเทศไทยมีมานาน และรุนแรง สาเหตุหลักมาจากกฎหมายประมงที่เข้มงวดเกินไป ส่งผลให้ชาวประมงจำนวนมากต้องล้มละลาย
ปัญหากฎหมายประมงไทยให้ความสำคัญกับกติกาของสหภาพยุโรป (EU) มากเกินไป โดยไม่คำนึงถึงความเป็นจริงของวิถีชีวิตชาวประมงไทย ทั้งกฎหมายประมงไทยมีบทลงโทษที่รุนแรงเกินไป ส่งผลให้ชาวประมงเกิดความหวาดกลัวและหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามกฎหมาย ตลอดจนปัญหาการประมงในประเทศไทยส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ
ส่วนในแนวทางการแก้ไขปัญหา นายสฤษฏ์พงษ์ ได้เสนอว่า ควรยกร่างกฎหมายประมงฉบับใหม่ โดยคำนึงถึงความเป็นจริงของวิถีชีวิตชาวประมงไทย และควรร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการแก้ไขปัญหาการประมง ตลอดจนผ่อนปรนบทลงโทษในกฎหมายประมง
นอกจากนี้ ควรมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษา และแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมประมงไทยให้อย่างครบวงจร โดยคณะกรรมการควรประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อให้สามารถหาแนวทางแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าว
