นายองอาจ กล่าวว่าโครงการสนามกีฬาของอำเภอบ้านไผ่ ได้มีตัวแทนของกรมพลศึกษาได้เข้าไปตรวจสอบความพร้อม และความจำเป็นของพื้นที่ตั้งแต่ปี 2562 และโครงการนี้อยู่ในแผนของกรมพลศึกษามานานกว่า 4 ปีแล้ว แต่ด้วยวิกฤตโควิด ทำให้โครงการดังกล่าวตกไป ปีนี้โชคดีเป็นความโชคดีของเยาวชนพี่น้องชาวอำเภอบ้านไผ่ ถูกบรรจุอยู่ในงบประมาณปี 67 อีกครั้งหนึ่ง
โดยขอความอนุเคราะห์ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อยากจะให้ทำความฝันของเด็กๆ ในพื้นที่อำเภอบ้านไผ่เป็นจริง
ในประเด็นถัดมา เคยถูกนำมาหารือในสภาฯ แห่งนี้แล้วถึง 3 ครั้ง คือโครงการถนน 4 เลนหน้าโรงพยาบาลบ้านไผ่ ซึ่งสำคัญมากเพราะเป็นถนนสายหลักของอำเภอบ้านไผ่ ที่หารือผ่านมา 2 ครั้ง เป็นการหารือเกี่ยวกับเรื่องของคณะกรรมการกระจายอำนาจที่จะโอนคืนให้กับต้นสังกัดเดิมคือกระทรวงคมนาคม แต่ตอนนี้ติดเงื่อนไขหลักเกณฑ์กฎระเบียบ และทำให้ไม่เป็นอุปสรรคต่อต่อการโอน
ดังนั้นขออนุญาตให้หน่วยงานต้นสังกัด และหน่วยงานที่รับผิดชอบคือเทศบาลตำบลในเมือง โดยนายกรัตนชัย วิชัย ได้ทำหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทยเป็นที่เรียบร้อย ขอความอนุเคราะห์จากหน่วยงานที่รับผิดชอบคือกระทรวงมหาดไทย จัดทำโครงการผลักดันโครงการต่างๆ ดังกล่าวให้กับพี่น้องชาวอำเภอบ้านไผ่ และที่สำคัญก็คือบ้านไผ่กำลังเป็นอำเภอที่จะเป็นศูนย์กลางการขนส่ง นายองอาจ กล่าว
