20 ตุลาคม 2566 เวลา 18:51
“อำนาจ” เสนอการแก้แก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบต้องผลักดันให้เข้าระบบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมโดยให้ยึดทรัพย์ส่วนที่เกินเป็นของหลวง
วันที่ 20 ตุลาคม 2566 นายอำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ได้อภิปรายขอให้สภาฯแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 25

นายอำนาจ กล่าวว่า ในประเทศไทยที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 11.15% โดยหนี้นอกระบบคิดเป็น 20% ของหนี้ครัวเรือนทั้งหมด สาเหตุของการเพิ่มขึ้นของหนี้สินครัวเรือนมาจากหลายปัจจัย เช่น ปัญหาความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ และปัญหาโรคระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้คนไทยก่อหนี้เพิ่มขึ้น และได้กล่าวถึงโครงสร้างของหนี้นอกระบบว่ามี 3 ประเภท ได้แก่
1.ดอกลอย : ผู้กู้ต้องเสียดอก 10% ต่อเดือน หมายความว่าผู้กู้เงิน 50,000 บาทจะต้องเสียดอกเดือนละ 5,000 บาททุกเดือนจนกว่าจะมีเงินต้น 50,000 บาทไปคืนให้กับเจ้าหนี้
2.รายวัน : ผู้กู้ต้องผ่อนชำระวันละ 500 บาทเป็นเวลา 24 วันรวมเป็นเงิน 12,000 บาท ซึ่งเท่ากับเสียดอกใน 24 วัน ไม่ใช่ 1 เดือน
3.ตัดดอก : ผู้กู้ต้องเสียค่าปรับหรือทำการทวงหนี้ หากไม่สามารถส่งเงินคืนได้ตามกำหนด
หนี้นอกระบบเป็นภาระที่หนักหน่วง ทำให้พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอยผู้ที่ต้องหาเช้ากินค่ำไม่มีวันที่จะจบสิ้น บางครั้งหาเช้าไม่ทันพ่อค้าแม่ค้าก็ต้องปิดร้านเพราะเจ้าหนี้มาทวงหนี้ทุกวัน
นายอำนาจ ได้เรียกร้องให้คณะกรรมาธิการที่รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง เพื่อให้ประชาชนหลุดพ้นจากวงจรหนี้สินที่ไม่เป็นธรรม
