นายสุวรรณา กล่าวว่า ปัญหาหนี้สินครัวเรือนเป็นปัญหาเรื้อรังของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และสังคม ของประเทศอย่างรุนแรง ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่าไตรมาสแรกของปี 2566 หนี้ครัวเรือนของไทยสูงมากถึง 16 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 9% ของ GDP ประเทศนั้น ทำให้หนี้ครัวเรือนของไทยสูงเป็นอันดับที่ 2 ของเอเชีย และมากเป็นอันดับที่ 12 ของโลก
สำหรับปัญหาหนี้สินครัวเรือนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬนั้น สาเหตุหลักมาจากรายได้ของประชาชนไม่เพียงพอกับรายจ่าย โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรที่มีรายได้ไม่คงที่ผันผวนไปตามภัยธรรมชาติ และราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำ นอกจากนี้ ยังมีปัญหาการเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน เพราะส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกร และรับจ้างทั่วไปซึ่งเป็นอาชีพอิสระไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน จึงต้องหันไปพึ่งเงินกู้นอกระบบ ซึ่งเป็นปัญหาที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น
การแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนนั้น ควรมีแนวทางที่ครอบคลุม และสอดคล้องกับสภาพปัญหาของแต่ละพื้นที่ โดยเน้นการส่งเสริมอาชีพใหม่เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนควบคู่ไปกับอาชีพเดิม ออกโฉนดที่ดินให้ทุกพื้นที่ เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายยิ่งขึ้น และช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้วยดอกเบี้ยที่ต่ำ หรือปลอดดอกเบี้ย
นอกจากนี้รัฐบาลควรดำเนินการควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพ ในการกำกับดูแลสถาบันการเงิน เพื่อให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่ออย่างเหมาะสม ไม่เอาเปรียบประชาชน และไม่เป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาหนี้สินครัวเรือนในอนาคต นายสุวรรณา กล่าว
