โดยนายณัฏฐ์ชนน ได้อภิปรายถึงบทเรียนจากโครงการพัฒนาภาคใต้ในอดีต โดยยกตัวอย่างโครงการแลนด์บริดจ์กระบี่-นครศรีธรรมราช โครงการแลนด์บริดจ์ทับละมุ-สิชล และโครงการแลนด์บริดจ์ปากบารา-สงขลา ซึ่งล้วนแต่ล้มเหลวเนื่องจากปัญหาต่างๆ เช่น
1.ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน ประชาชนในพื้นที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการวางแผนและตัดสินใจ ทำให้โครงการไม่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน และเกิดความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับหน่วยงานรัฐ
2.ขาดการวางแผนที่ดี โครงการขาดการศึกษาความเป็นไปได้อย่างรอบคอบ ทำให้โครงการไม่สามารถดำเนินไปได้ หรือประสบปัญหาความล่าช้า และต้นทุนที่สูง
3.ขาดการกระจายผลประโยชน์อย่างทั่วถึง ผลประโยชน์จากโครงการกระจุกตัวอยู่ที่กลุ่มคนบางกลุ่ม ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้รับประโยชน์จากโครงการ
ซึ่งภาคใต้มีศักยภาพในการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมสูง เนื่องจากมีทรัพยากรธรรมชาติ และภูมิศาสตร์ที่เอื้ออำนวย แต่ที่ผ่านมาการพัฒนาภาคใต้ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร
ส่วนในโครงการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน (EECS) เป็นโอกาสที่ดีในการพัฒนาภาคใต้ แต่ต้องมีแนวทางที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นจากประชาชน และนักลงทุน
ทั้งนี้นายณัฏฐ์ชนน ยังได้เสนอให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา และพิจารณาแนวทางการพัฒนาพื้นที่จังหวัดสงขลา และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ดังนี้
1.การมีส่วนร่วมของประชาชน
2.การวางแผนที่ดี
3.การกระจายผลประโยชน์อย่างทั่วถึง
4.ความยั่งยืนของการพัฒนา
บทเรียนจากความล้มเหลวของโครงการพัฒนาภาคใต้ในอดีต รัฐบาลควรให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เพื่อให้โครงการพัฒนาภาคใต้ในอนาคตประสบความสำเร็จ และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และประเทศชาติอย่างแท้จริง นายณัฏฐ์ชนน กล่าวทิ้งท้าย
