"สส.คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์"  ขอให้สภาฯ ตั้งกมธ.ศึกษาการเชื่อมสะพานเศรษฐกิจเพื่อเชื่อมภูมิภาคระหว่างฝั่งอันดามัน และฝั่งอ่าวไทย หรือโครงการแลนด์บริดจ์ อีกทั้งเป็นการช่วยสร้างงาน และสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่จ.ระนอง และจ.ชุมพร

"สส.คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์" ขอให้สภาฯ ตั้งกมธ.ศึกษาการเชื่อมสะพานเศรษฐกิจเพื่อเชื่อมภูมิภาคระหว่างฝั่งอันดามัน และฝั่งอ่าวไทย หรือโครงการแลนด์บริดจ์ อีกทั้งเป็นการช่วยสร้างงาน และสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่จ.ระนอง และจ.ชุมพร

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2566 นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย อภิปรายในญัตติขอให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาการเชื่อมสะพานเศรษฐกิจเพื่อเชื่อมภูมิภาคระหว่างฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทย หรือโครงการแลนด์บริดจ์ โดยนายคงกฤษฉัตร ได้ขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 5 คน ที่ได้เสนอญัตติให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเชื่อมสะพานเศรษฐกิจ จากนั้น นายคงกฤษ ได้กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของโครงการแลนด์บริดจ์ โดยระบุว่าโครงการนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้ว นำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี และนายอนุทิน ชาญวีรกูล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงคมนาคม พร้อมกับ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม ในสมัยที่แล้ว อย่างไรก็ดีได้รับการสานต่อในรัฐบาลปัจจุบัน โดยครม. ได้อนุมัติหลักการโครงการแลนด์บริดจ์มูลค่า 2.28 แสนล้านบาท ไปแล้วเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2566 นายคงกฤษ ได้กล่าวถึงประโยชน์ของโครงการแลนด์บริดจ์ว่าจะช่วยเชื่อมโยงเศรษฐกิจของภาคใต้กับภาคอื่นๆ ของประเทศ และภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำ และโลจิสติกส์ที่สำคัญของโลก นอกจากนี้ โครงการแลนด์บริดจ์ยังจะช่วยสร้างงาน และสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดระนอง และจังหวัดชุมพร สำหรับโครงการนี้ คือ
  1. รับทราบหลักการโครงการ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทย และอันดามัน หรือโครงการแลนด์บริดจ์
  2. ให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากนักลงทุนต่างประเทศ หรือออกโรดโชว์ในการพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อนำมาประกอบในการจัดทำร่างเอกสารเชิญชวนลงทุนให้กับนักลงทุนต่อไป
สิ่งที่สำคัญในแผนดำเนินงานของโครงการมีทั้งหมด 8 แผนดำเนินการ คือ 1) ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากนักลงทุนช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึง มกราคม 2567 2) ดำเนินการจัดทำกฎหมายพระราชบัญญัติระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ 3) จัดตั้งคณะกรรมการนโยบาย และสำนักนโยบายระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ 4) คัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน 5) ดำเนินการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน และจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 6) เสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติลงนามในสัญญา 7) ดำเนินการก่อสร้างโครงการแลนด์บริดจ์  และ 8) เปิดให้บริการในเดือนตุลาคม 2573 ถ้าหากโครงการแลนด์บริดจ์สำเร็จ จะเป็นการตอบโจทย์ของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของเศรษฐกิจเพื่อเชื่อมโยง EEC เป็นจุดศูนย์กลางของโลจิสติกส์ในระดับโลกต่อไป อย่างไรก็ตาม นายคงกฤษ ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และที่ดินทำกินของประชาชนในพื้นที่โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เพื่อชี้แจง และให้ข้อมูลแก่ประชาชน นอกจากนี้ นายคงกฤษ ยังขอให้พิจารณาการเวนคืนที่ดินอย่างเป็นธรรม และเหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่ ในตอนท้าย นายคงกฤษ ได้สนับสนุนให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ โดยระบุว่ากรรมาธิการฯ จะช่วยติดตามความคืบหน้าของโครงการ และแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น