นายคงกฤษ ได้กล่าวถึงประโยชน์ของโครงการแลนด์บริดจ์ว่าจะช่วยเชื่อมโยงเศรษฐกิจของภาคใต้กับภาคอื่นๆ ของประเทศ และภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำ และโลจิสติกส์ที่สำคัญของโลก นอกจากนี้ โครงการแลนด์บริดจ์ยังจะช่วยสร้างงาน และสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดระนอง และจังหวัดชุมพร
สำหรับโครงการนี้ คือ
- รับทราบหลักการโครงการ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทย และอันดามัน หรือโครงการแลนด์บริดจ์
- ให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากนักลงทุนต่างประเทศ หรือออกโรดโชว์ในการพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อนำมาประกอบในการจัดทำร่างเอกสารเชิญชวนลงทุนให้กับนักลงทุนต่อไป
สิ่งที่สำคัญในแผนดำเนินงานของโครงการมีทั้งหมด 8 แผนดำเนินการ คือ
1) ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากนักลงทุนช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึง มกราคม 2567
2) ดำเนินการจัดทำกฎหมายพระราชบัญญัติระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้
3) จัดตั้งคณะกรรมการนโยบาย และสำนักนโยบายระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้
4) คัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน
5) ดำเนินการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน และจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน
6) เสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติลงนามในสัญญา
7) ดำเนินการก่อสร้างโครงการแลนด์บริดจ์ และ
8) เปิดให้บริการในเดือนตุลาคม 2573
ถ้าหากโครงการแลนด์บริดจ์สำเร็จ จะเป็นการตอบโจทย์ของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของเศรษฐกิจเพื่อเชื่อมโยง EEC เป็นจุดศูนย์กลางของโลจิสติกส์ในระดับโลกต่อไป
อย่างไรก็ตาม นายคงกฤษ ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และที่ดินทำกินของประชาชนในพื้นที่โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เพื่อชี้แจง และให้ข้อมูลแก่ประชาชน นอกจากนี้ นายคงกฤษ ยังขอให้พิจารณาการเวนคืนที่ดินอย่างเป็นธรรม และเหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่
ในตอนท้าย นายคงกฤษ ได้สนับสนุนให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ โดยระบุว่ากรรมาธิการฯ จะช่วยติดตามความคืบหน้าของโครงการ และแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น
