ผู้ว่าฯ พังงา สนองนโยบาย มท.1 เปิดปฏิบัติการ “คชสารพังงาเพื่อแผ่นดิน” จัดระเบียบสังคม กวาดล้างผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด "สร้างพังงาน่าอยู่ ปลอดยาเสพติด" เน้นย้ำพี่น้องประชาชน หากพบเบาะแสโทรสายด่วน 1567 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ผู้ว่าฯ พังงา สนองนโยบาย มท.1 เปิดปฏิบัติการ “คชสารพังงาเพื่อแผ่นดิน” จัดระเบียบสังคม กวาดล้างผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด "สร้างพังงาน่าอยู่ ปลอดยาเสพติด" เน้นย้ำพี่น้องประชาชน หากพบเบาะแสโทรสายด่วน 1567 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ผู้ว่าฯ พังงา สนองนโยบาย มท.1 เปิดปฏิบัติการ “คชสารพังงาเพื่อแผ่นดิน” จัดระเบียบสังคม กวาดล้างผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด "สร้างพังงาน่าอยู่ ปลอดยาเสพติด" เน้นย้ำพี่น้องประชาชน หากพบเบาะแสโทรสายด่วน 1567 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง วันนี้ (5 พ.ย. 66) นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเร่งด่วนและยั่งยืน พร้อมนำผู้ป่วยยาเสพติดรายเก่าและรายใหม่เข้าสู่กระบวนการบำบัด รักษา และฟื้นฟูสภาพทางสังคม เพื่อให้ผู้รับการบำบัดมีจิตใจเข้มแข็ง มั่นคง และสามารถพึ่งพาตนเองได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เสพกลับเข้าสู่วงจรยาเสพติดอีก ตลอดจนส่งเสริมด้านการประกอบอาชีพให้แก่ผู้ที่ผ่านการบำบัด ฝึกฝนให้ผู้เข้ารับการบำบัดมีความรู้ด้านทักษะอาชีพ ต่อยอดให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ มีความพร้อมที่จะกลับคืนสู่สังคมได้อย่างปกติสุข “จังหวัดพังงา จึงได้เปิดปฏิบัติการ (Kick off) ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ “คชสารพังงาเพื่อแผ่นดิน” จัดระเบียบสังคม กวาดล้างผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ยกระดับการจัดระเบียบสังคมและปราบปรามผู้มีอิทธิพลของจังหวัดพังงา ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ได้เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ มุ่งมั่นในการกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายที่ก่อให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง ตามพันธกิจของกระทรวงมหาดไทย ในการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้กับพี่น้องประชาชน นายสุพจน์ฯ กล่าวในช่วงต้น นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวต่ออีกว่า ปฏิบัติการ “คชสารพังงาเพื่อแผ่นดิน” ได้เปิดปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 66 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งจัดชุดเฉพาะกิจป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ลงพื้นที่ป้องกันปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ของบุคคลเป้าหมาย โดยได้เข้าทำการจับกุมตัวนายธนกฤต (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี ขณะกำลังขับรถยนต์กระบะออกจากที่พัก โดยเจ้าหน้าที่ได้แสดงตนพร้อมเข้าขอตรวจค้น พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 3 ถุง และขวดเล็ก 1 ขวด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายข้าง รวมยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 443 เม็ด และได้เข้าตรวจค้นห้องพักของนายธนกฤตเพิ่มเติม พบอุปกรณ์การเสพ รายชื่อลูกค้า และถุงแบ่งจำหน่าย จากนั้นได้ขยายผลการค้นหาต่อไป ณ บริเวณสวนปาล์มน้ำมัน หลังสถานีตำรวจภูธรทุ่งคาโงก ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของนายธนกฤต โดยตรวจค้นกระท่อมภายในสวนปาล์มน้ำมันดังกล่าว พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) อีกจำนวน 6 ถุง ซุกซ่อนอยู่ในกล่องไฟฟ้า จำนวน 948 เม็ด รวมยาบ้าที่ตรวจพบทั้ง 2 จุด 1,391 เม็ด พร้อมทั้งผลตรวจปัสสาวะพบว่า มีสารเสพติดเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ในปัสสาวะของนายธนกฤตด้วย “เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงแจ้งสิทธิและข้อกล่าวหาแก่นายธนกฤตว่า 1. จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้า 2. กระทำความผิดฐานเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต และ 3. กระทำความผิดฐานเป็นผู้ขับขี่รถเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งได้จัดทำบันทึกการจับกุม พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองพังงา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และได้รายงานการควบคุมตัวผู้ต้องหาให้นายอำเภอเมืองพังงาและพนักงานอัยการจังหวัดพังงาทราบตามพระราชบัญญัติการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565” นายสุพจน์ฯ กล่าว . นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการตามแผนปฏิบัติการป้องปรามการระบาดของยาเสพติดในครั้งนี้ ถือเป็นการป้องกันและสกัดกั้นการแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่ชุมชนอย่างเข้มข้น เป็นการตัดต้นตอการระบาดของยาเสพติด สร้างภูมิคุ้มกันให้กับชุมชน ให้พี่น้องประชาชนสามารถดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นปกติสุข ไม่ต้องระวาดระแวงภัยอันตรายจากยาเสพติด ผู้มีอิทธิพล ผู้ลักลอบครอบครองอาวุธปืน การลักลอบให้บริการสถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายกับสถานบริการ การพนัน การค้ามนุษย์ อาชญากรรม ปัญหาการกระทำผิดทางเพศ ปัญหาสังคม และปัญหาอื่น ๆ อีกมากมาย “จังหวัดพังงา มุ่งมั่นในการกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายที่ก่อให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมืองทุกประเภท จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกท่านช่วยกันระแวดระวังบ้านเมืองของเรา ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงด้วย หากพบเห็นเบาะแสการกระทำผิด เช่น ลักลอบจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมาย หรือการกระทำความผิดทุกรูปแบบ สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่นายอำเภอ ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ สายด่วน 1567 โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง” นายสุพจน์ฯ กล่าวทิ้งท้าย