ขณะที่ข้อมูลจากกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ รายงานว่า การประชุมครั้งนี้ สหรัฐอเมริกาตั้งเป้าหมายให้มีการรับรองเอกสารผลลัพธ์ 2 ฉบับ ได้แก่ 1) ถ้อยแถลงรัฐมนตรีเอเปค ประจำปี 2566 และ 2) ปฏิญญาผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค หรือ “Golden Gate Declaration” โดยมีประเด็นการค้าและการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจะเป็นการสานต่อการทำงานและผลลัพธ์ของการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคของไทยเมื่อ 2565 ด้วย เช่น การขับเคลื่อนนโยบายทางการค้าที่ครอบคลุมและยั่งยืน การสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีกับการทำงานขององค์การการค้าโลก (WTO) และการค้ากับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น
ทั้งนี้ เอเปคหรือความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ประกอบด้วยสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไนดารุสซาลาม แคนาดา ชิลี จีน จีนฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี เปรู ฟิลิปปินส์ รัสเซีย สิงคโปร์ จีนไทเป ไทย สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม โดยในช่วง 9 เดือนแรก (ม.ค. - ก.ย.) ปี 2566 การค้าของไทยกับเอเปคมีมูลค่า 10.4 ล้านล้านบาท (302.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เป็นการส่งออกไปเอเปค 5.1 ล้านล้านบาท (150.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) และการนำเข้าจากเอเปค 5.3 ล้านล้านบาท (152.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
8 พฤศจิกายน 2566 เวลา 17:16
“นภินทร” บินร่วมประชุมเอเปค กลาง พ.ย. นี้ เตรียมผลักดันประเด็นการค้าที่เชื่อมโยง และครอบคลุม ส่งเสริมความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ
8 พ.ย. 2566 นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การประชุมร่วมรัฐมนตรีการค้าและรัฐมนตรีการต่างประเทศเอเปค ครั้งที่ 34 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 14 - 15 พฤศจิกายน 2566 ตนจะกล่าวถ้อยแถลงของไทยในวาระการประชุมเรื่อง “การสร้างภูมิภาคที่ยืดหยุ่นและเชื่อมโยง (Interconnected) ที่ส่งเสริมความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ” ก่อนสรุปผลการดำเนินงานด้านต่าง ๆ เสนอที่ประชุมผู้นำเอเปคในวันที่ 16 – 17 พฤศจิกายน 2566 ต่อไป
ขณะที่ข้อมูลจากกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ รายงานว่า การประชุมครั้งนี้ สหรัฐอเมริกาตั้งเป้าหมายให้มีการรับรองเอกสารผลลัพธ์ 2 ฉบับ ได้แก่ 1) ถ้อยแถลงรัฐมนตรีเอเปค ประจำปี 2566 และ 2) ปฏิญญาผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค หรือ “Golden Gate Declaration” โดยมีประเด็นการค้าและการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจะเป็นการสานต่อการทำงานและผลลัพธ์ของการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคของไทยเมื่อ 2565 ด้วย เช่น การขับเคลื่อนนโยบายทางการค้าที่ครอบคลุมและยั่งยืน การสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีกับการทำงานขององค์การการค้าโลก (WTO) และการค้ากับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น
ทั้งนี้ เอเปคหรือความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ประกอบด้วยสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไนดารุสซาลาม แคนาดา ชิลี จีน จีนฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี เปรู ฟิลิปปินส์ รัสเซีย สิงคโปร์ จีนไทเป ไทย สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม โดยในช่วง 9 เดือนแรก (ม.ค. - ก.ย.) ปี 2566 การค้าของไทยกับเอเปคมีมูลค่า 10.4 ล้านล้านบาท (302.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เป็นการส่งออกไปเอเปค 5.1 ล้านล้านบาท (150.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) และการนำเข้าจากเอเปค 5.3 ล้านล้านบาท (152.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ขณะที่ข้อมูลจากกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ รายงานว่า การประชุมครั้งนี้ สหรัฐอเมริกาตั้งเป้าหมายให้มีการรับรองเอกสารผลลัพธ์ 2 ฉบับ ได้แก่ 1) ถ้อยแถลงรัฐมนตรีเอเปค ประจำปี 2566 และ 2) ปฏิญญาผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค หรือ “Golden Gate Declaration” โดยมีประเด็นการค้าและการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจะเป็นการสานต่อการทำงานและผลลัพธ์ของการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคของไทยเมื่อ 2565 ด้วย เช่น การขับเคลื่อนนโยบายทางการค้าที่ครอบคลุมและยั่งยืน การสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีกับการทำงานขององค์การการค้าโลก (WTO) และการค้ากับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น
ทั้งนี้ เอเปคหรือความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ประกอบด้วยสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไนดารุสซาลาม แคนาดา ชิลี จีน จีนฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี เปรู ฟิลิปปินส์ รัสเซีย สิงคโปร์ จีนไทเป ไทย สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม โดยในช่วง 9 เดือนแรก (ม.ค. - ก.ย.) ปี 2566 การค้าของไทยกับเอเปคมีมูลค่า 10.4 ล้านล้านบาท (302.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เป็นการส่งออกไปเอเปค 5.1 ล้านล้านบาท (150.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) และการนำเข้าจากเอเปค 5.3 ล้านล้านบาท (152.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)