นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ในนามของรัฐบาลไทย ยินดีต้อนรับนักศึกษาชาวจีนที่ได้มาเยือนทำเนียบรัฐบาลในวันนี้ ประเทศไทยและประเทศจีนนั้นมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อเนื่องกันมาอย่างยาวนาน ภายใต้สายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและความเป็นหุ้นส่วนทั้งในด้านความร่วมมือทางยุทธศาสตร์และด้านความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - จีนซึ่งกำลังจะครบรอบ 50 ปี ในปี 2568 ที่กำลังจะถึงนี้ ทั้ง 2 ประเทศมีความตั้งใจร่วมกันที่จะยกระดับความร่วมมือร่วมกันทุกมิติ โดยเฉพาะด้านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม การที่ มฉก. มีโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษากับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ของประเทศจีนก็นับเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีทั้งในระดับสถาบัน และระดับประชาชนด้วยกัน จากสถิติที่ผ่านมายังพบว่า มีนักศึกษาจีนมาศึกษาต่อในประเทศไทยมากที่สุดเป็นอันดับ 1 โดยมีจำนวนถึง 21,906 คน จากนักศึกษาต่างชาติทั้งหมด 36,060 คน และในอนาคตนักศึกษาแลกเปลี่ยนเหล่านี้จะกลายเป็นผู้นำในหลากสาขาอาชีพ ในหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ทำให้ความสัมพันธ์ที่แนบแน่นเช่นนี้จะถูกต่อยอดออกไปเป็นความร่วมมืออื่น ๆ อย่างกว้างขวางออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
“ขอให้นักศึกษาจีนทุกคนที่ได้เข้ามาเล่าเรียนที่ประเทศไทยได้สั่งสมความรู้ด้านวิชาการและประสบการณ์ชีวิต หวังว่าทุกคนจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมที่แตกต่าง ชิมอาหารที่ไม่เคยชิม ได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น เรียนรู้ภาษาใหม่ๆ และสร้างมิตรภาพที่ยั่งยืน พร้อมขอให้มั่นใจว่า เราจะดูแลนักศึกษาจีนอย่างที่ดีสุด และขอบคุณที่เลือกเมืองไทยเป็นจุดหมายปลายทางของการศึกษา” นางสาวศุภมาสกล่าว
ด้านนายทศพร กล่าวว่า มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ก่อตั้งขึ้นโดยนักธุรกิจชาวจีนที่ประสบความสำเร็จ ด้วยปณิธานคือ “เรียนรู้เพื่อรับใช้สังคม” โดย มฉก. มีความเข้มแข็งในด้านจีนศึกษาและวิทยาศาสตร์สุขภาพ นอกจากนั้นยังได้จัดการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนทุกมิติ มุ่งหวังให้นักศึกษามีความรู้ความสามารถในเรื่องการบริหารธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจระหว่างประเทศไทยและประเทศจีน ผ่านการเรียนการสอนทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ รวมถึงการตั้งมั่นที่จะบ่มเพาะนักศึกษาให้มีศักยภาพ คุณธรรม จริยธรรม และสามารถตอบแทนสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
