"สส.ณัฏฐ์ชนน" อภิปรายเห็นด้วยกับ การตั้ง กมธ. ศึกษา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ใช้หลักการให้อภัยซึ่งกันและกันเพื่อให้ประเทศไทย  เดินหน้าไปได้

"สส.ณัฏฐ์ชนน" อภิปรายเห็นด้วยกับ การตั้ง กมธ. ศึกษา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ใช้หลักการให้อภัยซึ่งกันและกันเพื่อให้ประเทศไทย เดินหน้าไปได้

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต 7 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 14 . นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อแก้ไขมาตรา 112 หรือเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เพื่อหาข้อสรุปของสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับแนวทางในการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมที่ครอบคลุมปัญหาความแตกแยกทางความคิด การบังคับใช้กฎหมาย คอร์รัปชัน การรัฐประหาร และปัญหาผู้เห็นต่าง . " ประเทศไทยมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมมาไม่ต่ำกว่า 22 ครั้งในช่วง 90 กว่าปีที่ผ่านมา แต่ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริง เนื่องจากมีการแก้กติกา แก้กฎหมาย แก้พระราชบัญญัติ แต่ไม่ได้แก้จิตสำนึกของประชาชน" . ทั้งนี้ นายณัฏฐ์ชนน ได้กล่าวอีกด้วยว่า การให้อภัยเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหาของประเทศ โดยการให้อภัยไม่ได้เปลี่ยนแปลงอดีต แต่สามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตได้ และการให้อภัยเป็นหลักการสำคัญของศาสนาต่างๆ เช่น ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ และศาสนาพุทธ . ทั้งนี้นายณัฏฐ์ชนนได้กล่าวถึงบทบาทของรัฐบาล ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ และองค์กรอิสระต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนการนิรโทษกรรม ซึ่งมีความสำคัญ เพราะการนิรโทษกรรมเป็นกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกคน รัฐบาล ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ และองค์กรอิสระต่าง ๆ จึงควรมีบทบาทในการกำหนดแนวทางการนิรโทษกรรมที่รอบคอบและเป็นธรรมทุกฝ่าย