
8 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 17:23
"ทรงศักดิ์" แจงกระทู้สด การวางผังเมืองรวม ยืนยัน ทำตามกฎหมาย มีขั้นตอนมากมาย ผ่านทุก ๆ ฝ่าย ไม่เอื้อประโยชน์เอกชน
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตอบกระทู้ถามของนายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. พรรคก้าวไกล เรื่องการจัดทําผังเมือง ว่า การกล่าวอ้างในการจัดทําผังเมืองที่มีความสําเร็จในต่างประเทศต้องทำแบบนั้นแบบนี้ ทําเป็นบล็อก ในแต่ละจุดอาจจะมีครัวเรือนพื้นที่แน่นอน ใครอยู่ตรงไหนรู้หมดเลย อันนั้นเป็นเรื่องของต่างประเทศ สําหรับประเทศไทยเรา การดําเนินการ ต้องว่าไปตามกฎหมาย ประเทศไทย มีพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 ได้มีการประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 29/05/2562 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 05/11/2562 เป็นต้นมา ซึ่งพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีการเปลี่ยนแปลงสาระสําคัญจากพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ.2568 และเพิ่มเติมโดยกําหนดประเภทของผังเมือง เป็นสองกลุ่ม 5 ประเภท มีข้อกำหนดที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย
.
“อันนี้ผมเรียนท่านประธานว่าการจัดทําผังเมืองของประเทศไทยเราต้องทําตามกฎหมายที่มีบทบัญญัติไว้ให้พึงปฏิบัติ ดําเนินการไปตามที่กฎหมายกําหนดไว้ เราคงจะเอาเพียงตัวอย่างของบางประเทศไม่ได้ ซึ่งเราได้มีกฎหมาย ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร ผ่านวุฒิสมาชิก โปรดเกล้าฯ ลงมา แล้วประกาศใช้เป็นกฎหมาย แล้วทุกหน่วยงานราชการต้องบังคับใช้ด้วยกัน” นายทรงศักดิ์ กล่าว
.
นอกจากนี้ นายทรงศักดิ์ กล่าวชี้แจงเพิ่มเติมในเรื่อง ข้อกล่าวหาว่าจะมีการเอื้อประโยชน์กับกลุ่มทุน ว่า การจัดทํา วางผังเมือง หรือการจัดทําผังเมือง ทุกระดับ ได้มีการรับฟังความคิดเห็น การปรึกษาหารือ และการมีส่วนร่วมของประชาชนตามหลักเกณฑ์ และวิธีการ ที่คณะกรรมการผังเมืองกําหนดตาม มาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 มีกฎหมายบัญญัติบังคับไว้แล้ว เจ้าหน้าที่ศูนย์ราชการจะทําอะไรที่นอกเหนือกว่าที่กฎหมายกําหนด คงไม่ได้ เดี๋ยวนี้การตรวจสอบติดตาม ค่อนข้างเข้มงวดและเคร่งครัด มีข้าราชการหลายคนอาจจะโดนเรื่องของการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และการจัดทำผังเมืองเป็นเรื่องที่ไม่ใช่ทําแล้วแก้ไขไม่ได้ ถ้าสิ่งที่ทํานั้นมีเหตุมีผล ก็เป็นสิ่งที่ประชาชนได้ประโยชน์ เป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ คนส่วนรวม มีความเห็นตรงกัน ในช่วงที่มีการสอบถามความคิดเห็น มีการประชุมกําหนดแนวทาง ในการวางผังสามารถที่จะทําได้ อันนี้เป็นเรื่องที่เรียนยืนยันว่าไม่มีใครไปสามารถที่จะไปกําหนดแนวทางที่จะไปเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนได้
.