
14 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 20:17
“อาสพลธ์” หนุน ร่าง พรบ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น แก้ปัญหา ซื้อขายกันจาก 3 แสน กลายเป็น 7 แสนบาท พ่อแม่ ต้องขายที่ดิน ส่ง ลูก-หลาน รับราชการ หนุนแนวคิด “อนุทิน” mou ระหว่างหน่วยงาน ทลายวงจรอุบาทว์
นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ศรีสะเกษ เขต 8 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นฉบับที่ พ.ศ. ... ว่า ขอแบ่งตามระยะเวลาการเกิดเหตุการณ์ออกเป็น 3ช่วงเวลา 1.เกิดขึ้นระหว่างปีพ.ศ.2542 จนกระทั่งถึงปีพ.ศ.2560 มีพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พุทธศักราช 2542 สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ก็คือการให้ คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ. ดำเนินการสอบแข่งขัน แต่คณะกรรมการนี้ ไม่ได้จัดสอบเอง ด้วยหลักกระจายอำนาจ จึงได้ออกประกาศต่างๆขึ้นมาเพื่อมอบอำนาจให้กับท้องถิ่นแต่ละจังหวัดดำเนินการจัดสอบกันเองตามประกาศ แต่ในช่วงเวลา2542-2560 เมื่อหลายจังหวัดได้ดำเนินการจัดสอบท้องถิ่นกันเอง ปรากฏข่าวมีการทุจริตเกิดขึ้นมากมายทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในพื้นที่ภาคอีสาน ในช่วงเวลาดังกล่าวมีนายหน้า มีกลุ่มบุคคลไปบอกกับพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ว่าหากอยากให้ลูกหลานมีงานทำอยากรับราชการในอบต. ในเทศบาล ก็จ่ายเงิน 300,000 บาท นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 25042 ถึง 2560
.
นายอาสพลธ์ กล่าวว่า มาถึงช่วงระยะเวลาที่สองคือตั้งแต่ปี พ.ศ.2560 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน จากปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้นในช่วงแรกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ต้องการแก้ไขปัญหานี้จึงได้มีการออกคำสั่ง คสช.ที่ 8/2560เรื่องการขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานส่วนบุคคลท้องถิ่นลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 โดยให้กรรมการกลาง อบจ. เทศบาล อบต. และ กสถ. ดำเนินการสอบคัดเลือก คือให้ท้องถิ่น ให้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นผู้ดำเนินการจัดทำ จัดสอบเอง ทั้งหมด ปรากฏว่าเมื่อให้ส่วนกลางดำเนินการจัดสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นเองการทุจริตไม่ได้ลดน้อยลงไปเลยแถมปรากฏว่าการทุจริตอย่างหนักหนาสาหัสขึ้นมาอีก
.
“เฉพาะที่บ้านของผมจังหวัดศรีสะเกษได้มีกลุ่มบุคคลไปพูดกับพี่น้องในศรีสะเกษว่าถ้าอยากให้ลูกหลานรับราชการในท้องถิ่น นำเงินมา 700,000 บาท ในอดีต นะครับ 2542 ถึง 2560 ตอนนั้น 300,000 มาวันนี้ 7 แสนบาทแล้ว พี่น้องที่อยู่ในหมู่บ้านที่อยู่ตามต่างจังหวัดจะหาเงินจากไหนมา 700,000 บาท ต้องเอาที่นาของเขาไปขาย เพราะอยากให้ลูกเขา อยากให้หลานเขา ได้มีงานทำ อยากให้ลูกหลานได้รับราชการ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น”
.
นายอาสพลธ์ กล่าวว่า เมื่อทราบปัญหานี้ ก็เลยนำเรื่องนี้กราบเรียนให้ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ทราบว่าทำยังไง เราจะป้องกันการทุจริตวงจรอุบาทว์นี้ ไม่ให้มันเกิดขึ้น ซึ่งนายอนุทิน ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เมื่อได้รับทราบปัญหาจึงได้จัดทำ mou ระหว่างหน่วยงานต่างๆเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ปปช. อปท.หรือแม้กระทั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้มาร่วมสังเกตการณ์ร่วมตรวจสอบ ตั้งแต่การออกข้อสอบ การจัดสอบ แม้กระทั่งการตรวจข้อสอบ เพราะเราไม่อยากให้มีการทุจริตเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายอนุทิน ได้กล่าวชัดเจนว่าการทุจริตสอบท้องถิ่น จะต้องไม่เกิดขึ้น ในยุคที่ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นช่วงเวลาที่ 3
.
นายอาสพลธ์ กล่าวว่า สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ฉบับที่พ.ศ. ... สาระสำคัญของร่างฉบับนี้ คือ ข้อ1.ยกเลิกคำสั่งคสช.ที่ 8/2560 ซึ่งได้สร้างปัญหาการทุจริตเป็นอย่างมาก ข้อ 2. คือการกำหนดให้คณะข้าราชการ อบจ.หรือเรียกสั้นๆว่า เทศบาล กับ อบต. มีอำนาจจัดและดำเนินการสอบแข่งขันสอบคัดเลือกและคัดเลือกข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยเป็นการปรับแก้ไขกฎหมายฉบับเดิม ในมาตรา 13 ในการระบุข้อความเหล่านี้เข้าไปให้ชัดเจนเพื่อที่ว่าเมื่อเราโอนภารกิจการจัดสอบให้กับท้องถิ่นแต่ละจังหวัดไปแล้ว ต้องโอนเงินงบประมาณเข้าไปให้เขา หากโอนแต่ภารกิจ ไม่โอนงบประมาณ ท้องถิ่นจะไปดำเนินการจัดสอบเองได้อย่างไร ข้อที่ 3 คือการกำหนดให้ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น อบต. เทศบาล และ อบต.พิจารณาและมีมติให้ข้าราชการ อบจ.เทศบาล และ อบต.โอนไปสังกัดหน่วยงาน อบจ. เทศบาล และอบต. อื่นได้ โดยการไปแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 17 ซึ่งร่างพรบ.ฉบับนี้มีการโอนอำนาจให้ท้องถิ่นแต่ละจังหวัดจัดสอบเองได้ ซึ่งตรงกับหลักการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
.
“พรรคภูมิใจไทยเห็นด้วยกับหลักการกระจายอำนาจเป็นอย่างยิ่ง ได้ฟังเพื่อนสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน ทุกคนต่างเห็นตรงกันคือต้องการคืนอำนาจการสอบ ให้กับท้องถิ่นดำเนินการเอง แต่อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ ซึ่งจัดตั้งขึ้นหลังจากจบวาระนี้แล้ว เพื่อไปพิจารณากฎหมาย คือว่าจะทำอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้การทุจริตสอบท้องถิ่นเกิดขึ้นใหม่อีก การไปยกเลิกคำสั่งคสช.ให้ท้องถิ่นจัดสอบ แล้วไม่มีมาตรการกลไกป้องกันการทุจริตมันก็จะย้อนกลับไปเหมือนกับช่วงแรกที่เกิดเหตุการณ์การทุจริตตั้งแต่ปี 2542 จนกระทั่งถึง 2560 ดังนั้นวัตถุประสงค์ของการแก้ไขกฎหมายนี่ก็คือการจัดสอบด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม เพื่อให้ลูกหลานของพวกเราที่เรียนจบมา ต้องการรับราชการอยากทำงานท้องถิ่น จะได้มีโอกาสที่เท่าเทียมด้วยการสอบที่ปราศจากการทุจริตอีกต่อไป ผมจึงเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ พ.ศ. .... ที่เสนอในครั้งนี้”นายอาสพลธ์ กล่าว