"สส.กรวีร์" หนุน พรบ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นมุ่งแก้ กม. เพื่อให้อำนาจกลับไปอยู่ใกล้ ปชช.

"สส.กรวีร์" หนุน พรบ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นมุ่งแก้ กม. เพื่อให้อำนาจกลับไปอยู่ใกล้ ปชช.

วันที่14 กุมภาพันธ์ 2567 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง เขต 2 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ระบุว่า . สนับสนุนการเสนอแก้ไขร่าง พ.ร.บ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ทั้ง 34 ฉบับ ที่เสนอต่อสภาในวันนี้ และขอใช้โอกาสนี้แสดงเหตุผลถึงผลกระทบต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 8/2560 ไปแล้ว . การรวบอำนาจจากท้องถิ่นไปไว้ที่ส่วนกลาง พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ตามที่ตั้งใจไว้ได้ ผมได้รับคำร้องเรียนจากทีมผู้บริหารขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนผู้บริหาร หลายตำแหน่งต้องควบสองสามตำแหน่ง ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง การแก้ไขปัญหาต่างๆ ล่าช้า ประชาชนไม่ได้รับบริการอย่างทันท่วงที . การแก้ไขกฎหมายเพื่อให้อำนาจกลับไปอยู่ใกล้กับมือประชาชน น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า แต่ต้องทำให้ โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ สส.กรวีร์กล่าว . ตัวอย่างปัญหาที่เห็นได้ชัดคือ การส่งหนังสือจากสำนักงาน กจ. กท. และ ก.อบต. ไปยังประธาน ก.จ.จ. ,ก.ท.จ. จากทั่วทั้งประเทศมีมติล่าสุด เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2567เห็นชอบให้คณะกรรมการข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ก.จ.จ. ,ก.ท.จ. ,ก. อบต. ของจังหวัด เป็นหน่วยดำเนินการสรรหาผู้มาดำรงตำแหน่ง สายงานผู้บริหาร และบอกให้แต่ละจังหวัด ตั้งอนุกรรมการสรรหาฯ ขึ้นมาให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ . หลายจังหวัดไม่สามารถดำเนินการได้ หลายจังหวัดตอบกลับไปส่วนกลางว่า ไม่มีความพร้อม มีปัญหา เพราะไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ด้วยว่าระยะเวลาที่กระชั้นชิด สั่งช่วงสิ้นเดือนมกราคม ให้เสร็จตั้งคณะกรรมการภายในเดือนกุมภาพันธ์ จัดสอบเดือนมีนาคม เพื่อที่จะให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน เตรียมจะบรรจุกลางปีนี้ ทำไม่ทัน . ทั้งนี้ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ได้มีข้อเสนอแนะดังนี้ 1. มาตรฐานในการทำข้อสอบที่ยุติธรรมโปร่งใส เช่นมีข้อสอบกลางหรือข้อสอบที่มันเป็นมาตรฐาน ที่สามารถที่จะวัดผลให้เหมือนกัน กับผู้ที่สมัครสอบทั่วทั้งประเทศ 2. คำนึงถึงจังหวัดเล็กๆทีอยู่ใกล้เคียงกันรวมกลุ่มจังหวัดกัน เช่น อ่างทอง สิงห์บุรี อยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี จัดสอบรวมกัน และขึ้นบัญชีรวมไว้ 3. เรื่องของงบประมาณ ค่าสมัครสอบ ที่สามารถเปิดช่องให้ทางท้องถิ่น สามารถที่จะได้เงินเข้ามาสมทบ มาอุดหนุนตาม ความต้องการบุคลากร เช่นขึ้นมาเป็น 600 บาท มาเป็น 800 บาท เพื่อที่จะให้มันสอดคล้อง กับค่าใช้จ่ายในการจัดสอบ ของแต่ละจังหวัดได้ไหม ท้ายที่สุด นายกรวีร์ เห็นด้วย ว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะเอาอำนาจตรงนี้กลับคืนไปให้ท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นนั้น สามารถที่จะแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง รวมถึงต้องให้หลักประกันกับพี่น้องประชาชน กับข้าราชการ ที่จะมาเข้าสอบ ถึงความโปร่งใส ความยุติธรรม และมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ