"สส.ษฐา" เสนอ ตั้งกมธ. วิสามัญ พิจารณาแนวทางบูรณาการร่วมกัน ในการใช้พื้นที่ป่า ระหว่างก.ทรัพย์ฯ และจังหวัดพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อลดขั้นตอนการอนุมัติ ตาม พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507

"สส.ษฐา" เสนอ ตั้งกมธ. วิสามัญ พิจารณาแนวทางบูรณาการร่วมกัน ในการใช้พื้นที่ป่า ระหว่างก.ทรัพย์ฯ และจังหวัดพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อลดขั้นตอนการอนุมัติ ตาม พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507

22 ก.พ. 2567 นายษฐา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขต 7 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายนโยบายเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาแนวทางบูรณาการร่วมกัน ระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และจังหวัดพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อลดขั้นตอนการอนุมัติ ของอธิบดีตามมาตรา16 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ระบุว่า . ปัญหาที่เกิดขึ้นคือขั้นตอนการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติตามมาตรา 16 ของพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 พื่อสนองตอบต่อความต้องการของพี่น้องประชาชนโดยส่วนรวม จำนวน 2 เรื่อง คือ 1 ความต้องการได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 2. ความต้องการได้รับความสะดวกสบายในเรื่องของการดำรงชีวิต โดยจะต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขอยู่เสมอ เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ . ซึ่งการพัฒนาที่เป็นไปอย่างล่าช้า และสั่งสมมาอย่างยาวนานคือการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ ในพื้นที่ของป่าสงวนแห่งชาติ เนื่องจากก่อนที่จะดำเนินโครงการใดๆก็ตาม จะต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีกรมป่าไม้ โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม แล้วแต่กรณี . จากข้อเท็จจริงเป็นการดำเนินงานล่าช้ากว่าระยะเวลาที่กำหนดไว้มาก ยกตัวอย่างเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ในจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2566 กรณีกรมป่าไม้ได้อนุญาตให้อำเภอถ้ำพรรณรา ใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าปลายลา หมู่ที่ 2 ต.ถ้ำพรรณรา อ.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช เพื่อเป็นที่ตั้งศูนย์ราชการอำเภอถ้ำพรรณรา จำนวน 105ไร่ ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2534 ถึง วันที่ 28 มีนาคม 2564 เป็นระยะเวลา 30 ปี เมื่อครบกำหนดอำเภอถ้ำพรรณรา ได้ขอต่อใบอนุญาตเป็นที่เรียบร้อย จนกระทั่งเวลาได้ล่วงเลยมาขณะนี้ก็เป็นเวลา 2 ปี 10 เดือน ก็ยังไม่ได้รับคำตอบจากกรมป่าไม้ ทำให้พื้นที่อำเภอต้องสูญเสียโอกาส เรื่องของการปรับปรุงสนามกีฬาอำเภอ เรื่องของการก่อสร้างศาลาประชาคม และโครงการอื่นๆ . สส.ษฐา ได้ยกตัวอย่าง ที่ดินของรัฐ ที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีขั้นตอนการอนุญาตการใช้พื้นที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน และเอื้อต่อการพัฒนา เป็นกรณีที่แตกต่างจากการขออนุญาตใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ คือที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน และเกณฑ์การขออนุญาตใช้ประโยชน์ในที่ดิน คือต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าราชการจังหวัด และให้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายที่ดิน ส่วนราชการใดประสงค์จะใช้พื้นที่สาธารณะประโยชน์อย่างถาวร . ประเด็นนี้สำคัญคือกรณีนี้ยกเว้นกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการปรับปรุง หรือพัฒนาที่ดินโดยไม่กระทบต่อการใช้ประโยชน์ร่วมกันของราษฎร และราษฎรสามารถใช้ประโยชน์ได้ดีกว่าเดิม หากเป็นการดำเนินการของอำเภอ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อบำรุงรักษาทางน้ำ ทางบก ก็สามารถดำเนินการได้ นี่คือเป็นความแตกต่างของการขออนุญาตใช้ที่ดินของรัฐซึ่งอยู่ในการดูแลของกระทรวงมหาดไทย กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม . สุดท้ายเพื่อให้การพัฒนาประเทศเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง ขอให้มีการพิจารณาทบทวน ขั้นตอน และกระบวนการในการขออนุญาตใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ รวมทั้งพื้นที่ของส่วนราชการอื่นๆ เพื่อแก้ไขระเบียบกฎหมาย เรื่องการลดขั้นตอนการปฏิบัติเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน