สส.สัมฤทธิ์ หนุน ญัตติแนวทางบูรณาการร่วมกันระหว่าง กระทรวงทรัพย์ และจังหวัดพื้นที่ในเขตป่าสงวน เผย กฤษฎีกา เคยแนะทางออก แต่ไม่มีใครกล้าทำตาม ส่งผลให้ประชาชนเดือดร้อน ไม่มี ถนน น้ำ ไฟ

สส.สัมฤทธิ์ หนุน ญัตติแนวทางบูรณาการร่วมกันระหว่าง กระทรวงทรัพย์ และจังหวัดพื้นที่ในเขตป่าสงวน เผย กฤษฎีกา เคยแนะทางออก แต่ไม่มีใครกล้าทำตาม ส่งผลให้ประชาชนเดือดร้อน ไม่มี ถนน น้ำ ไฟ

22 ก.พ. 2567 นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายสนับสนุนญัตติเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และจังหวัดพื้นที่ในเขตป่าสงวนเพื่อลดขั้นตอนการอนุมัติของอธิบดีตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ว่า ตนเห็นด้วยในการนำปัญหานี้มาถกเถียงร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปธรรม ก่อนจะมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เคยเป็นนายกเทศมนตรีมา 18 ปี ทำให้รู้ว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตลอดระยะเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมา “ในส่วนข้อคิดเห็นทางกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตาม พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 4 บัญญัติว่า ป่า หมายความ ว่า ที่ดิน รวมตลอดถึงภูเขา ห้วย หนอง คลอง บึง บาง ลำน้ำ ทะเลสาป เกาะ และชายทะเล ที่มิได้มีบุคคลได้มาตามกฎหมาย ขณะเดียวกัน พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 4 บัญญัติว่า ป่าหมายความว่า ที่ดินที่ยังมิได้มีบุคคลได้มาตามกฎหมายที่ดิน จากบทบัญญัตินี้ทำให้ที่ดินทุกแปลงที่ไม่มีบุคคลไปขึ้นเอกสาร สค.1 นส.3 โฉนดที่ดิน รวมถึงทางสาธารณะ คลองสาธารณะ ถูกตีความเป็นป่าทั้งประเทศ และมาตรา 54 บัญญัติว่าห้ามมิให้ผู้ใด ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำการด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือ หรือยึดครองป่าเพื่อตนเอง และผู้อื่น จากบทบัญญัตินี้ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขาไม่สามารถก่อสร้างถนนคอนกรีต แอสฟัสท์ติกคอนกรีต หรือ ทำฝายชะลอน้ำในพื้นที่ได้เลย หากจะดำเนินการต้องขออนุญาตจากกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเสียก่อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ” นายสัมฤทธิ์ กล่าว . นายสัมฤทธิ์ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ได้คุยกันมา 10 กว่าปี จนเดือนมิถุนายน 2558 สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีข้อเสนอแนะไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบังคับใช้กฎหมาย และสร้างภาระเกินสมควร ให้แก่หน่วยงานของรัฐ และเอกชน ที่มีความจำเป็นต้องเข้าดำเนินการในพื้นที่ใดๆ ที่ไม่มีสภาพเป็นป่า ตามความเป็นจริงแต่ถือเป็นป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 จึงมีข้อเสนอแนะ ให้กรมป่าไม้ เร่งดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่าป่า ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ เพื่อให้มีความหมายที่สอดคล้องกับความเป็นจริง และสภาพพื้นที่ความเป็นป่าในปัจจุบัน โดยด่วนต่อไป ทำไมถึงไม่ทำ . สส.ชัยภูมิ กล่าวว่า ปลัดกระทรวง เปลี่ยนไปกี่ท่าน ทำไมไม่มาดู รวมถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนไปหลายคนแล้ว ทำไมไม่พิจารณาสั่งการ ทั้งที่รู้ว่าปัญหานี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นในการพัฒนาพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น . “วันนี้มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล รวมถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัด ขาดโอกาสในการที่จะของบประมาณจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพราะหลายๆโครงการ เขาระบุคำขอในแบบฟอร์ม ว่าการจัดสรรงบประมาณได้นั้น ต้องได้รับหนังสืออนุญาตจากกรมป่าไม้ เสียก่อน แต่พอขอไป เงียบ 2 ปี เงียบ 3 ปี เงียบ ทั้งที่ขออนุญาตไปนาน ขั้นตอนการขอใช้เวลาเพียง 2-3 เดือน ยกตัวอย่างจังหวัดชัยภูมิ จังหวัด มีเรื่องขออนุญาตใช้พื้นที่ไปที่กรมป่าไม้ ไม่น้อยกว่า 2,000 เรื่อง 1 ปี / 2 ปี / 3 ปี ไม่มีสัญญาณตอบรับ ไปตรวจสอบได้ แล้วเคยสอบถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ซึ่งถามในสภาแห่งนี้ คำตอบที่ได้คือ อยู่ระหว่างดำเนินการ ตอบได้แค่นั้น สั้น ๆ ได้ใจความ ไม่ทราบทำไมถึงไม่เร่งแก้ปัญหากัน ทั้งที่แนวทางแก้ไข ข้อเสนอแนะ ของสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เสนอแนะไว้แล้ว” นายสัมฤทธิ์ กล่าว . ในเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยังได้มีข้อเสนอแนะมายังกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นอีกครั้ง ว่าเพื่อให้เกิดการแก้ปัญหา ได้แจ้งว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีอำนาจจัดทำบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่น ในการที่กรมป่าไม้ มีภารกิจในการอนุรักษ์ฟื้นฟู และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ จึงเป็นการสมควรที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะใช้มาตรการในทางบริหารเพื่อให้เกิดการบูรณาการร่วมกัน . “ตัวอย่างสั้นๆ ในหมู่บ้าน แห่งหนึ่ง หมู่บ้านหลังสัน ตำบลวังตะเฆ่ จังหวัดชัยภูมิ วันนี้ยังมีเด็กนักเรียนเกือบร้อยคน ต้องนั่งรถสามล้อ รถมอเตอร์ไซค์ รถสองแถว มาเรียนหนังสือทุกวัน ระยะทางกว่า 10 กม. ยังมีผู้ป่วย มีผู้สูงอายุ ออกมาใช้บริการที่โรงพยาบาล ต้องนั่งรถผ่านฝุ่น ผ่าลมมา ทั้งที่องค์การบริหารส่วนตำบล มีงบประมาณ แต่ติดขัดตรงที่เขาสร้างไม่ได้ ถ้าสร้างไป เขาผิดกฎหมาย เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น จึงขอให้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้เป็นการเร่งด่วน ไม่ว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการวิสามัญ หรือไม่ หรือจะดำเนินการตามมาตรการต่างๆเพื่อให้เกิดปัญหาอย่างเป็นรูปประธรรมต่อไป” นายสัมฤทธิ์ กล่าว .