"สส.ธนยศ" อภิปราย ไม่รับร่าง พ.ร.บ.แรงงาน ฉบับ "เซีย จำปาทอง" เพราะจะส่งผลให้วันทำงานจะลดลงไปกว่า 32 % หวั่น ลดวันทำงาน นักลงทุนหนี ทำคนตกงานเพิ่ม สินค้าแพง ค่าครองชีพสูง เป็นร่างกฎหมาย ไม่ครอบคลุม ไม่รอบด้าน ไม่เท่าเทียม ไม่ยุติธรรม และไม่ยั่งยืน

"สส.ธนยศ" อภิปราย ไม่รับร่าง พ.ร.บ.แรงงาน ฉบับ "เซีย จำปาทอง" เพราะจะส่งผลให้วันทำงานจะลดลงไปกว่า 32 % หวั่น ลดวันทำงาน นักลงทุนหนี ทำคนตกงานเพิ่ม สินค้าแพง ค่าครองชีพสูง เป็นร่างกฎหมาย ไม่ครอบคลุม ไม่รอบด้าน ไม่เท่าเทียม ไม่ยุติธรรม และไม่ยั่งยืน

นายธนยศ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.เลย พรรคภูมิใจไทย อภิปราย ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ ... พ.ศ. ... โดยระบุว่า ถ้ารับร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฯ ของ นายเซีย จำปาทอง ประการแรก ผลกระทบต่อนักลงทุน ไม่ว่าจะเรื่องค่าแรง, ผลิตภาพของแรงงานในประเทศ, การลงทุนจากต่างประเทศ, รวมถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศ . นายธนยศ กล่าวว่า วันทํางานตามกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติ ที่บังคับใช้อยู่ เปรียบเทียบกับร่างแก้ไขเห็นได้ว่าวันทำงานรวมทั้งหมด จากเดิม 289 วัน ถ้าเป็นร่างพระราชบัญญัติที่แก้ไขใหม่จะเหลือวันทำงานทั้งหมด 218 วัน ซึ่งโดยหลักใหญ่ใจความจะเพิ่มขึ้นจากวันหยุดประจำสัปดาห์ จาก 52 วัน เป็น 104 วัน แล้วการเพิ่มวัน และลาไปดูแลบุคคลอื่นอีก 15 วัน วันทำงานจะลดลงไปกว่า 32% ซึ่งจะส่งผลกระทบ กรณีค่าแรงขั้นต่ำรายเดือน ตามกฎหมายเดิม ให้ทำงานได้ถึง 48 ชั่วโมง หรือว่าประมาณ 6 วันทำงานจะอยู่ที่ประมาณ 10,890 บาท แต่กฎหมายที่จะแก้ไขใหม่ ให้ทำงานได้ไม่เกิน 40 ชั่วโมงหรือว่า 5 วันทำงาน ถ้าเป็นนายจ้าง คงมีไม่กี่ทางเลือก ถ้าไม่ลงทุนเพิ่ม จะผลิตสินค้าได้น้อยลง แต่ว่าถ้าต้องการจะคงกำลังการผลิตไว้ให้ได้เท่าเดิม จะต้องจ่ายค่าแรง รวมค่าล่วงเวลา ที่เพิ่มมากขึ้นถึง 13,068 บาท หรือกว่า 20% นี่ยังไม่นับแรงงานลูกจ้างรายวัน ที่ต้องโดนบังคับให้จ้างงานเป็นรายเดือน ในกรณีนั้นสูงถึง 38% . “สิ่งที่ผมพยายามจะอภิปราย ไม่ใช่เพื่อต้องการที่จะปกป้องในจ้าง แต่พยายามปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทุกคน ผมเห็นด้วยที่เราจะเพิ่มค่าแรงให้แรงงานได้ทำงานน้อยลง พักผ่อนมากขึ้น รวมถึงได้ใช้ชีวิตตามต้องการ แต่ในขณะเดียวกัน เราต้องเพิ่มศักยภาพ เพิ่มผลิตภาพของแรงงาน เพื่อที่จะแข่งขันกับเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน จากผลวิจัยของมหาวิทยาลัยหอการค้า แสดงให้เห็นว่าอัตราค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นเพียงแค่ 1 บาท จะส่งผลต่อเม็ดเงินในการลงทุนของต่างชาติกว่า 5.4035 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบัน อาเซียนของเรา เป็นเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 4 ของโลก ซึ่งทำให้นักลงทุนต่างชาติ อยากเข้ามาลงทุนเป็นจำนวนมาก” . นายธนยศ กล่าวว่า ข้อมูลสภาอุตสาหกรรม ที่ชี้ให้เห็นถึงผลิตภาพแรงงานประเทศต่างๆ ในอาเซียนในช่วงปี 2560-2561 ค่าเฉลี่ยของผลิตภาพต่อชั่วโมงอาเซียนอยู่ที่ 3.6 ส่วนในประเทศไทยอยู่ที่ 3.8 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย แต่การคาดการณ์ในปี 2563-2568 ผลิตภาพต่อชั่วโมงของแรงงานไทย จะต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียน รวมถึงค่าเฉลี่ยในอาเซียนด้วย ถ้าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ผ่านสภา แน่นอนผลิตภาพแรงงานของเรายิ่งต่ำลงไปอีก และแบบนี้เราจะดึงดูดนักลงทุนได้อย่างไร . สส.เลย กล่าวว่า นอกเหนือจากผลกระทบต่อนักลงทุนชาวไทย และชาวต่างชาติ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะเรื่องสินค้าและบริการ ที่ราคาต้องสูงขึ้น สืบเนื่องมาจากภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ และยิ่งส่งผลกระทบต่อกำลังการซื้อของพี่น้องประชาชนที่จะลดน้อยลง ทำให้เกิดการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ถ้าผู้ประกอบการไม่สามารถแบกรับต้นทุนจากวันลาที่เพิ่มมากขึ้น ต้องหันไปพึ่งพาเทคโนโลยี หุ่นยนต์ ลดกำลังการผลิต หรือแม้กระทั่งลดจำนวนแรงงาน ซึ่งจะทำให้แรงงานจำนวนมากต้องตกงาน ธุรกิจจำนวนมากที่ชาวต่างชาติมาลงทุน เมื่อต้องพบกับต้นทุนที่มากขึ้น อาจจะย้ายฐานการผลิตไปที่อื่น ที่คุ้มค่ามากกว่าบ้านเรา . “จดหมายต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นเพียงองค์กรส่วนหนึ่ง ไม่ว่าจากฝั่งนายจ้างเช่น สภาอุตสาหกรรม หอการค้า หรือจะเป็นฝั่งลูกจ้าง ที่ได้มีโอกาสได้พูดคุยด้วย เห็นถึงผลกระทบมหาศาลต่อสภาพสังคม เศรษฐกิจ ที่จะเกิดขึ้นหาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ บังคับใช้ เราจะทำอย่างไร ถ้านายจ้างหันไปใช้เทคโนโลยี ไม่ว่าจะ AI หุ่นยนต์ แทนแรงงาน สิ่งต่างๆ เหล่านี้ สะท้อนให้เห็นว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ ไม่เพียงแต่ไม่ครอบคลุม และไม่รอบด้าน แต่ ไม่เท่าเทียม ไม่ยุติธรรม และไม่ยั่งยืน” . นายธนยศ กล่าวว่า เราไม่ใช่ตัวแทนของนายจ้าง เราไม่ใช่ตัวแทนของลูกจ้างเพียงอย่างเดียว แต่เราคือตัวแทนของพี่น้องประชาชน เราคือผู้แทนราษฎร ซึ่งมีหน้าที่ตรากฎหมาย เพื่อผลประโยชน์อันสูงสุดของพี่น้องประชาชนทุกคน ด้วยผลกระทบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเรื่องแรงงานที่อาจจะตกงานมากขึ้น หรือสินค้า และค่าของชีพที่จะเพิ่มมากขึ้น จึงไม่อาจรับร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ ... พ.ศ. ...ของนายเซีย จำปาทอง ได้