
6 มีนาคม 2567 เวลา 23:36
“สส.วรศิษฎ์” อภิปรายสรุป แก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน หวั่น ! ผู้ประกอบการเร่งนำ AI มาใช้แทน ส่งผลให้คนตกงาน ค่าครองชีพสูง แนะ ต้องเปลี่ยนแปลงแบบ ค่อยเป็น ค่อยไป ให้ทุกฝ่ายปรับตัว เท่าเทียม - ยุติธรรม
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาพผู้แทนราษฎร จ.สตูล พรรคภูมิใจไทย อภิปรายสรุปในฐานะ ผู้เสนอร่างแก้ไข พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ ... พ.ศ. ... ของพรรคภูมิใจไทย ว่า ขอบคุณ และชื่นชมผู้เสนอร่างทุกท่าน เพราะวันนี้เรามีเป้าหมายเดียวกันคืออยากที่จะให้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ในการพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับร่างใด อยากจะบอกว่าเราต้องมองให้ครบทุกด้านให้ละเอียด รวมไปถึงมองไปถึงเรื่องผลกระทบที่มันกําลังจะเกิดขึ้นด้วย เพราะเราเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนทุกคน ไม่ใช่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ถ้ามันมีผลกระทบในเชิงลบกับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากเกินไป เท่ากับว่ากฎหมายที่พวกเราออก มันจะเป็นกฎหมายที่ไม่มีประสิทธิภาพทันที
.
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เมื่อสักครู่นั่งฟังเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายหลายท่าน มีประเด็นหนึ่งที่ชอบ และค่อนข้างสนใจก็คือเรื่องของ AI Disruption เรื่องของการแทรกแซงของ AI ในโลกปัจจุบัน อยากให้ทุกคน Set Zero เอาความคิดเห็นของทุกคนออกไปก่อน อยู่บน Fact อยู่บนสถานการณ์เดียวกัน คือ วันนี้ AI มาแล้ว และมันกำลังขยายตัว รวมไปถึงผลกระทบออกไปเป็นวงกว้างเรื่อยๆ หลายธุรกิจเริ่มนำ AI เข้ามาทดแทนในสายงานที่สามารถทำได้ เพื่อปรับตัวเองให้เปลี่ยนไปตามโลกที่มันวิ่งไปเร็วขึ้น รวมไปถึงเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในกลุ่มธุรกิจ
.
สส.สตูล กล่าวว่า เมื่อนำมาผูกกับ ร่าง พ.ร.บ. ทั้ง3 ฉบับ ที่กำลังจะพิจารณา แน่นอนทุกร่างล้วนแล้วแต่มีจุดประสงค์ที่อยากจะให้พี่น้องแรงงานมีสวัสดิการที่ดีขึ้น แต่ต้องยอมรับว่า ทุกร่างเพิ่มภาระให้กับผู้ประกอบการเช่นกัน รวมทั้งร่างของตนเองด้วย ไม่มากก็น้อย ภาระตัวนี้แหละที่จะมาเป็นตัวเร่งทำให้ AI มันขยายตัวได้เร็ว และกว้างมากขึ้น ในทุกธุรกิจ ทุกกิจการ ทุกนายจ้าง และทุกคน จะซัพพอร์ตให้กับลูกน้องตัวเอง ให้ลูกจ้างตัวเองมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด ถ้าเขาสามารถทำได้ คำถามต่อไปคือ แล้วถ้าภาระค่าใช้จ่ายที่เขาต้องรับเพิ่มขึ้น เขารับไม่ไหว หลายคนบอกว่าคนที่ไม่เห็นด้วยกับร่าง ไม่ว่าฉบับไหนก็ตาม คุณกําลังอุ้มนายทุน แต่อยากจะบอกว่านี่แหละมันจะเป็นข้ออ้างให้บริษัทที่เขามีความสามารถ ที่เขาจะปรับตัว ที่เขาจะเปลี่ยนแปลงได้ ขยับไปใช้ AI มากขึ้น นี่คือสิ่งที่เราต้องคิดให้ดี
.
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า บริษัทใหญ่ๆ ถ้าเกิดว่ามันมีค่าใช้จ่ายที่ต้องแบกรับมากเกินไป มันจะมีอยู่ 2 กรณี กรณีที่ 1 ถ้าเป็นบริษัทที่สามารถปรับตัวได้ เขาก็จะไปใช้ AI มากขึ้น ไปใช้เทคโนโลยีมากขึ้น สิ่งที่ตามมาจากตรงนี้ คือพี่น้องจะตกงาน มีบริษัทใหญ่ๆ หลายที่ได้ไปคุยมีแพลนอยู่แล้วที่จะเอา AI เข้ามา แล้วไปเร่งอีก มันจะมีคนตกงานเพิ่มขึ้น ในระยะเวลาอันสั้น แล้วเราจะปรับตัวไม่ทัน ในส่วนของบริษัทหรือธุรกิจที่เขารับไม่ได้ เขาจะไปเพิ่มราคาสินค้าหรือบริการ เพื่อให้มัน Cover กับต้นทุนที่เขาจะต้องรับเพิ่มขึ้น สุดท้ายผลกระทบก็ตกลงมาสู่ผู้บริโภคอีกนั่นแหละ ผู้บริโภคคือพวกเราทุกคนที่นั่งอยู่ในนี้ รวมไปถึงพี่น้องแรงงานทุกคน และคนทุกคนในประเทศไทยด้วย
.
นายวรศิษฎ์ อภิปรายว่า สิ่งที่เราต้องคิดต่อไปก็คือแล้วเราพร้อมที่จะรับผลกระทบที่กําลังจะเกิดขึ้นนี้แล้วหรือยัง และเรามีแผนที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงนี้แล้วหรือยัง นี่คือสิ่งที่ทุกคนต้องคิดให้ดี ชอบคําพูดประโยคหนึ่งที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดไว้ ในวันนี้ แล้วอยากจะเห็นมันในสักวันหนึ่งก็คือว่าทํางาน พักผ่อน ใช้ชีวิต แต่ถ้าเกิดมันมีผลกระทบมากเกินไป ผมกลัวครับ กลัวว่ามันจะกลายเป็นทํางาน พักผ่อน ใช้ชีวิต วงเล็บถ้าไม่ตกงาน
.
“การพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องแรงงานเป็นสิ่งที่สำคัญมาก และพวกเราต้องทำ แต่ในการเปลี่ยนแปลง สิ่งที่เราจะต้องพิจารณา และจะต้องทำให้มันเกิดขึ้น คือในการเปลี่ยนแปลงนี้ จะต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้ส่วนที่ได้รับผลกระทบได้มีเวลาในการปรับตัวการเปลี่ยนแปลงนี้ จะต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน และคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา ไม่ว่าจะเป็นในทางตรง และในทางอ้อม และการเปลี่ยนแปลงนี้จะต้องเท่าเทียม ต้องยุติธรรม” นายวรศิษฎ์ กล่าว
.