ตามล้างตามเช็ด! “สส.พิมพฤดา ตั้งกระทู้ถาม เหตุไฟไหม้โกดังเก็บสารเคมี และกากอุตสาหกรรม กว่า 4 พันตัน ใน อ.ภาชี จ.อยุธยา ส่งผลกระทบอากาศ คลองส่งน้ำทางการเกษตร พื้นที่ปลูกข้าวนับ 1 หมื่นไร่ โดยอยากให้เคลื่อนย้ายสารเคมีอันตรายออกพ้นอ.ภาชี และเร่งใช้งบประมาณ 90 ล้านบาท กำจัดสารเคมี ออกจากพื้นที่โดยเร็ว

ตามล้างตามเช็ด! “สส.พิมพฤดา ตั้งกระทู้ถาม เหตุไฟไหม้โกดังเก็บสารเคมี และกากอุตสาหกรรม กว่า 4 พันตัน ใน อ.ภาชี จ.อยุธยา ส่งผลกระทบอากาศ คลองส่งน้ำทางการเกษตร พื้นที่ปลูกข้าวนับ 1 หมื่นไร่ โดยอยากให้เคลื่อนย้ายสารเคมีอันตรายออกพ้นอ.ภาชี และเร่งใช้งบประมาณ 90 ล้านบาท กำจัดสารเคมี ออกจากพื้นที่โดยเร็ว

นางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขตที่ 3 พรรคภูมิใจไทย ตั้งกระทู้สดด้วยวาจา เกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อําเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สืบเนื่องจากคืนวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 22.20 น. ได้เกิดเหตุไฟไหม้โกดังเก็บสารเคมี และกากอุตสาหกรรม ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางชุมชนในพื้นที่หมู่ 2 ตําบลภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ในระยะรัศมี 5 กิโลเมตร เนื่องจากสารเคมีดังกล่าวเป็นกากอุตสาหกรรม ที่เป็นกรด ขยะสารพิษ สายสายไฟฟ้าที่ใช้แล้ว และโลหะหนักเป็นจํานวนมาก ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงรวมถึงพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ กระแสลมจะพัดพาสารพิษเหล่านี้ไปถึงได้ . นางสาวพิมพฤดา กล่าวย้อนไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์พ.ศ.2566 นายอําเภอภาชี กํานันตําบลภาชี และฝ่ายปกครองอําเภอภาชี ได้ตรวจสอบพบว่ามีสารเคมีและกากอุตสาหกรรม ถูกนํามาซุกซ่อนไว้ในโกดังเช่าแห่งหนึ่งที่ตําบลภาชี อีกทั้งที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนบริเวณใกล้เคียงได้ร้องเรียนว่าบนถนนบริเวณหน้าโกดัง มีของเหลวสีส้ม ที่มีกลิ่นเหม็นแสบจมูก มีการรั่วซึมผ่านลำธารสาธารณะ หน้าโกดังไหลปนเปื้อนบริเวณคลองสามขวา ซึ่งเป็นคลองส่งน้ําทางการเกษตร ผ่านหลายตําบลในพื้นที่อําเภอภาชี และอําเภออุทัย ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ทางการเกษตร กระทบไร่นามากกว่าหมื่นไร่ แค่ได้ยินแค่นี้ก็น่าใจหายแล้วใช่มั้ย และไม่ใช่แค่นั้น แปลงนาของชาวบ้าน ที่อยู่บริเวณติดกับโกดังสามารถตรวจวัดค่าพีเอช ได้เท่ากับหนึ่ง ถึงสอง ซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรด ส่งผลให้ข้าวในนาแห้งตาย เมื่อมีอากาศเย็น หรือฝนตก สารเคมีเหล่านี้จะยิ่งส่งกลิ่นแรงแสบจมูกไปทั่วบริเวณ ประชาชนในพื้นที่บางรายมีผื่นคันขึ้นตามตัว โดยที่ไม่ได้สัมผัสสารเคมีโดยตรง . นางสาวพิมพฤดา กล่าวว่า ขยะสารเคมีและกากอุตสาหกรรม มีจํานวนมากกว่า 4,000 ตัน ในโกดังยังมีบางส่วนที่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้สามารถเข้าไปตรวจ เพื่อประเมินจํานวนได้ เพราะสารเคมีในบริเวณนั้นมีกลิ่นแรงมาก ซึ่งสารเคมีเหล่านี้เป็นของกลางที่ถูกอายัดอยู่ระหว่างนำไปกําจัด . “ขอตั้งคําถามไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อําเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยาค่ะว่ารัฐบาลจะดําเนินการกับสารเคมีเหล่านี้อย่างไรจะทําการเคลื่อนย้ายสารเคมีที่เป็นอันตรายเหล่านี้ออกไปจากพื้นที่อําเภอภาชี เพื่อนําไปกําจัดให้ถูกต้องเมื่อไหร่ และจะมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดอย่างไร เพราะไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ําค่ะไม่ว่าจะพื้นที่อําเภอภาชีหรือพื้นที่อื่นนะคะ ไม่มีใครอยากให้สารเคมีที่เป็นอันตรายพวกนี้อยู่ใกล้บ้านตัวเอง พอสารเคมีที่เป็นอันตรายแบบนี้ เอาไปไว้ที่ไหน ไม่มีใครอยากได้ ยิ่งมีเหตุการณ์ที่เกิดไฟไหม้เมื่อคืนวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ประชาชนในพื้นที่เกิดความวิตกกังวล หวาดกลัว และเกิดความไม่มั่นใจว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นอีกวันไหนถ้าสารเคมียังอยู่ในพื้นที่ค่ะและการกําจัดสารเคมีนี้นะคะก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าต้องใช้งบประมาณสูงในการกําจัด จึงอยากจะสอบถามท่านมนตรี ว่างบประมาณที่จะใช้ในการกําจัดนี้จะสามารถดําเนินการได้ทันทีเลยหรือไม่ หรือพี่น้องประชาชนจะต้องรอต่อไป จะต้องรองบประมาณในปีถัดไป หรือเปล่า” นางสาวพิมพฤดา กล่าว . นางสาวพิมพฤดา สอบถามอีกว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว มีผู้ได้รับผลกระทบรวมกว่าร้อยหลังคาเรือน คือในบริเวณจุดเกิดเหตุจนถึงระยะ 3 กิโลเมตร มีประชากรที่ได้รับผลกระทบมากกว่า 200 ราย มีทั้งผู้สูงอายุ และเด็กที่อายุต่ํากว่า 12 ปี และพบผู้มีอาการไม่สบายหลังจากเกิดเหตุไฟไหม้ คือทั้งได้รับกลิ่นเหม็นจากสารเคมี ทําให้แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก รวมถึงเกิดความวิตกกังวล แต่ทั้งนี้หน่วยงานทางด้านสาธารณสุขก็ได้ดูแลเบื้องต้นไปแล้ว ได้จัดระบบส่งต่อผู้ป่วยหรือผู้ที่มีอาการเข้าสู่ระบบการรักษาแล้ว เรื่องนี้มีผลกระทบในด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะด้านทางอากาศ การปนเปื้อนทางน้ํา หรือการที่สารเคมีซึมลงใต้ผิวดิน ซึ่งจะกระทบต่อพื้นดินทํากินของพี่น้องประชาชน ซึ่งต้องใช้ระยะเวลานานในการฟื้นฟูระบบสิ่งแวดล้อม จึงอยากจะสอบถามว่าทางรัฐบาลโดยกระทรวงอุตสาหกรรมมีแนวทางในการเยียวยาพี่น้องประชาชนในระยะสั้น และระยะยาวอย่างไร . นางสาวพิมพฤดา อภิปรายสอบถาม เพิ่มเติมอีกว่า กระทรวงอุตสาหกรรม จะเริ่มจัดการนําสารเคมีเหล่านี้ออกไปกําจัดได้เมื่อใด เพราะอยากจะให้ท่านตอบคําถามนี้จริงๆ เพราะเป็นคําถามที่รู้สึก สร้างความค้างคาใจ สร้างความไม่สบายใจ ให้กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่องบประมาณที่ท่านบอก 90 กว่าล้านบาทมาแล้ว ท่านจะรีบนํามากําจัดสารเคมีเหล่านี้ออกไปจากพื้นที่เราให้เร็วที่สุด